สุสานสเตาท์ (Stull Cemetery) สถานที่แห่งความชั่วร้ายที่สุดของสหรัฐอเมริกา

สหรัฐอเมริกามีสุสานมากมาย และมีหลายแห่งที่มีตำนาน “ประตูสู่นรก” แต่ไม่มีที่ไหนน่ากลัวเทียบเท่ากับสุสานสเตาท์ (Stull Cemetery) ที่ตั้งอยู่ในชนบทของแคนซัส ที่เชื่อกันว่าเป็นดินแดนที่ถูกสาป ถึงขนาดที่สมเด็จพระสันตะปาปาไม่ยอมให้เครื่องบินส่วนตัวเดินทางผ่านเหนือมัน นอกจากนี้ สุสานสเตาท์เองก็ได้รับความสนใจอย่างมากจากรายการโทรทัศน์ที่เกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติ จนกระทั่งได้นับการขนานนามว่าเป็น “สุสานที่ชั่วร้ายที่สุดของอเมริกา” เลยทีเดียว
ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจของสุสานสเตาท์

เมืองที่เป็นที่ตั้งของสุสานสเตาท์ ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ตั้งถิ่นฐานชาวดัตซ์ในเพนซลเวเนีย ที่ได้อพยพมาทางตะวันตกเพื่อหนีจากการข่มเหงทางศาสนาในช่วงปี 1867 หลังจากตั้งชุมชนขึ้น พวกเขาก็ได้สร้างโบสถ์หินขึ้น ณ ใจกลางของสุสาน เพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรมด้านศาสนาอนาบัปติสต์จนกระทั่งถึงช่วงศตวรรษที่ 20 มันก็ได้ถูกปล่อยให้ร้างหลังจากที่หลังคาพังลงมา พร้อมกับตำนานที่น่าสะพรึงกลัวได้เปิดม่านขึ้น
ความมืดที่คืบคลานมาเยือนสุสานสเตาท์

สุสานสเตาท์ มีตำนานที่น่ากลัวมากมาย แต่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ “หนึ่งในเจ็ดประตูสู่นรก” ลือกันว่าในเวลาเที่ยงคืนของคืนวันฮัลโลวีน จะมีบันไดหินอ่อนปรากฏให้เห็น ณ สุสานสเตาท์ ถ้าหากเดินลงบันไดไปก็จะเข้าสู่ความมืดมิดของยมโลก เชื่อกันว่าเส้นทางนี้เป็นทางสัญจรของเหล่าปีศาจที่ผ่านเข้ามาสู่โลกเพื่อปลุกชีพดวงวิญญาณคนตายให้ฟื้นคืนชีพจากหลุมฝังศพ ในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยมลทิน
เชื่อกันว่าเหตุผลที่ทำให้เหล่าปีศาจเลือกสุสานเล็กๆแห่งนี้ในการปลุกชีพคนตาย เป็นเพราะโบสถ์อันรกกร้างกลายมาเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมของผู้นับถือบูชาซาตานและแม่มดทำให้เกิดกระแสพลังเหนือธรรมชาติเรียกหาให้เหล่าปีศาจเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ อย่างไรก็ตาม บางคนเชื่อว่าจริงแล้วกิจกรรมอาถรรพ์นอกรีตเหล่านี้ เกิดขึ้นมานานแล้วตั้งแต่ก่อนที่หลังคาของโบสถ์หินจะพังทลายเสียอีก
หนึ่งในเรื่องราวอาถรรพ์ที่น่าสนใจใจเกี่ยวกับหลุมฝังศพเก่าแก่หลุมหนึ่ง ตำนานท้องถิ่นเล่าว่าครั้งหนึ่ง มันเคยถูกจารึกคำว่า “วิตติช” (Wittich) เอาไว้ ภายในนั้นบรรจุศพลูกของซาตานเอาไว้ เหตุผลที่เชื่อเช่นนั้น เป็นเพราะเด็กเกิดมาพร้อมกับความผิดปกติที่น่าสยดสยอง มีขนหนาเหมือนกับหมาป่า แถมยังเชื่อว่าเมื่อประตูนรกปรากฏขึ้นก็จะมีปีศาจมาเยี่ยมเยือนหลุมศพเป็นประจำอีกด้วย
มีตำนานเกี่ยวกับต้นสนสูงที่เติบโตอยู่ในบริเวณรอบสุสานเองก็ยังถูกใช้เป็นที่แขวนคอของเหล่าแม่มด ถึงจะฟังดูเหมือนกับเรื่องเพ้อฝัน แต่เหล่าต้นไม้แขวนคอเหล่านั้นมีอยู่จริง ก่อนที่จะถูกตัดลงจนหมดในปี 1998 โดยหวังว่าจะช่วยลดข่าวลือและจำนวนของนักท่องเที่ยวที่อยากรู้อยากเห็นให้น้อยลง แต่ดูเหมือนจะไม่สำเร็จ เพราะคนที่มาเยือนสุสานสเตาท์ไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย
.jpg)
นอกจากนี้ ผู้ที่มาเยี่ยมชมสุสานสเตาท์ยังแบ่งปันประสบการณ์ประหลาดหลายอย่างที่น่าสนใจ เช่น ไม่ว่าภายนอกจะฝนตกหนักเพียงใด แต่ภายในโบสถ์หินที่ไร้หลังคาก็จะไม่มีฝนตกลงมาเลยแม้แต่เม็ดเดียว!? ต่อให้พายุพัดผ่าน คนที่อยู่ภายในโบสถ์ก็จะตัวแห้งเหมือนเดิม
ในปี 1993 สุสานสเตาท์กลายมาเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วประเทศ เมื่อสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์นปอลที่ 2 ได้กำหนดแผนเส้นทางบินใหม่เพื่อไม่ให้เครื่องบินผ่านสุสานแห่งนี้ จังหวะนี้เองที่ทำให้เรื่องราวของสุสานสเตาท์แพร่กระจายออกไปและดึงดูดความสนใจของคนที่ชอบความตื่นเต้น คนที่หลงใหลในเรื่องราวอาถรรพ์มากมาย ทำให้ในทุกคืนวันฮาโลวีนจะมีกองทัพนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาสังเกตการณ์ โดยหวังว่าจะได้เห็นปีศาจที่เดินไปมาระหว่างหลุมฝังศพ
หลังจากที่สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นแห่งหนึ่งถูกไล่ออกมาจากสุสานในปี 1999 พร้อมกับการปฎิเสธขอเข้าไปตรวจสอบเรื่องเหนือธรรมชาติทั้งหมดจากเจ้าของและหน่วยงานท้องถิ่น ทำให้การเยี่ยมชมทำได้เพียงแค่อยู่อย่างห่างๆเท่านั้น ปี 2002 ซากปรักหักพังของโบสถ์หินได้ถูกทำลาย หลงเหลือเพียงสุสานที่ผู้นอนหลับอยู่ในนั้นเริ่มจะได้สัมผัสกับการพักผ่อนอย่างสงบมากขึ้น เนื่องจากจำนวนของผู้มาเยือนที่เริ่มลดน้อยลง
แต่.. ตำนานความน่ากลัวของสุสานสเตาท์ ก็ดูเหมือนจะยังคงอยู่ ไม่เสื่อมคลายไปจากความทรงจำของเหล่าผู้ชื่นชอบเรื่องราวเหนือธรรมชาติ...
[[รีวิวหนังสยองขวัญ แต่ไม่สปอย]] The Night House บ้านซ่อนผวา เมื่อความตายไม่อาจพรากความรักได้

![[[รีวิวหนังสยองขวัญ แต่ไม่สปอย]] The Night House บ้านซ่อนผวา](https://www.amorerana.com/storage/article/61e2737aae773.png)