คาชา (Kasha) แมวนรกผู้ช่วงชิงศพตามคำสั่งของนรก ภูตผีของประเทศญี่ปุ่น

คาชา (Kasha) เป็นภูตผีประเภทแมวยักษ์ พวกมันมีขนาดใหญ่เท่ากับหรือมากกว่ามนุษย์ เดินสองเท้า มักปรากฏตัวโดยมีเปลวเพลิงนรกหรือสายฟ้าห่อหุ้มร่างกายอยู่ ส่วนใหญ่แล้วมันจะโผล่มาให้เห็นในตอนกลางคืนที่มีฝนตกหรือพายุโหมกระหน่ำ
บางครั้งเชื่อกันว่า คาชาทำหน้าที่เป็นผู้ส่งสารและข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ของนรก ที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้รวบศพของมนุษย์ที่ชั่วร้าย การทำเช่นนั้นจะทำให้วิญญาณของคนบาปตรงไปยังนรกเพื่อรับโทษ แต่.. ในบางครั้ง คาชาก็ขโมยศพเพื่อนำมาใช้หลอกหลอนผู้คนให้ตกใจกับศพที่เคลื่อนไหวได้เอง หรือกินเป็นอาหาร
การปรากฏตัวของคาชา
ในยามปกติคาชาจะแปลงร่างปลอมตัวเองเป็นแมวบ้านหรือแมวจรจัดที่แสนธรรมดา แต่ถ้าหากมีการงานพิธีศพขึ้นเมื่อไหร่ พวกมันก็จะกลับคืนสู่ร่างอันแท้จริง เมื่อศพโอกาสมันก็จะกระโดดลงมาจากหลังคาแล้วกระชากศพคนตายออกจากโลงศพ และแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะแย่งศพคืนมา นอกจากนี้ยังเชื่อว่าวิญญาณของศพเหล่านั้นจะไปต้องทนลำบากกว่าที่จะได้เดินทางไปเกิดใหม่มากขึ้นกว่าเดิม
ต้นกำเนิดของคาชา
เชื่อกันว่าเดิมที่คาชา เป็นแมวบ้านธรรมดาทั่วไป เมื่ออายุมากขึ้นพวกมันก็จะมีจำนวนของหางเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ในช่วงเวลานี้เองที่มันจะเริ่มได้รับพลังเหนือธรรมชาติ บางตัวกลายเป็นเนโกะมาตะ และบางตัวก็กลายมาเป็นคาชา
การป้องกันศพจากการจู๋โจมของเหล่าคาชา

วัดหลายแห่งได้คิดค้นวิธีการป้องกันศพของผู้เสียมีชีวิตจากคาชา ในจังหวัดยามากาะตะได้จัดงานศพขึ้นสองครั้ง งานครั้งแรกเป็นของปลอม ภายในโลงศพเต็มไปด้วยหินมากมาย และเมื่อคาชาพบกับความผิดหวังก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเผชิญหน้ากับมันในครั้งที่สองอย่างมาก
บางวัดจะทำการวางมีดโกนสำหรับใช้โกนศีรษะนักบวชเอาไว้ด้านบนของโลงศพเพื่อเป็นการป้องกันคาชา นักบวชบางรูปจะท่องคาถาป้องกันวิญญาณชั่วร้ายต่อหน้าขบวนเคลื่อนศพสองครั้ง และบางแห่งมีการใช้ฉิ่งเข้ามาเป็นเครื่องประกอบจังหวะขณะทำพิธีศพ โดยเชื่อว่าจะสามารถช่วยกันคาชาให้อยู่ห่างจากศพได้เป็นอย่างดี
ความเชื่อเรื่อแมวปีศาจกับประเพณีตัดหางแมวในประเทศญี่ปุ่น
ความเชื่อเกี่ยวกับแมวผีของญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยโบราณเหล่านี้เอง ที่ทำให้เกิดความเชื่อว่า “อย่าปล่อยให้แมวอยู่ใกล้ศพ” หรือ “ถ้าหากแมวกระโดดข้ามโลงศพจะทำให้ศพลุกขึ้นมา” ความหวาดกลัวในสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาตินี้ ก่อให้เกิดประเพณีตัดหางแมวให้สั้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้พวกมันสามารถพัฒนาพลังเหนือธรรมชาติจากจำนวนหางที่เพิ่มขึ้น...
