คนตายที่ไม่ยอมตาย กับตำนานกะโหลกกรีดร้องที่โหยหาความสงบแห่งประเทศอังกฤษ

“กะโหลกกรีดร้อง” เป็นหนึ่งในตำนานที่มีการกล่าวถึงกันมากที่สุดในทวีปตะวันตก โดยเฉพาะในประเทศอังกฤษ เชื่อกันว่าถ้าหากศีรษะถูกตัดขาดออกจากร่างกาย ด้วยความพยาบาทอย่างรุนแรงหรือความต้องการอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างแรงกล้า เมื่อกลายมาเป็นหัวกะโหลกขาวโพลน พวกมันก็จะกรีดร้องโหยหวน หลอกหลอนคนเป็นเสมือนกับการประกาศเจตนารมณ์ของตัวเอง
ตำนานกะโหลกกรีดร้องเป็นจำนวนมากในทวีปตะวันตกมักเป็นเหยื่อของการกดขี่ทางศาสนาในช่วงปฏิรูปในช่วงศตวรรษที่ 16 หรือผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์รุนแรง เช่น การฆาตกรรม เป็นต้น
ส่วนใหญ่แล้วกะโหลกกรีดร้องจะปรากฏให้เห็นเมื่อวิญญาณไม่สงบสุขจากการเพิกเฉยต่อการฝังในพื้นที่ที่ได้รับการร้องขอก่อนตายทำให้เกิดเสียงประหลาดมากมายเกิดขึ้น เช่น เสียงท้า เสียงชนกำแพงและเสียงร้องครวญคราง เป็นต้น
สำหรับวิธีการแก้ปัญหากะโหลกกรีดร้องของชาวอังกฤษ ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นการนำกะโหลกเหล่านั้นไปฝังเอาไว้ในบริเวณบ้านของตัวเอง วางเอาไว้ในบ้าน บนบันได คานหรือโต๊ะ เป็นต้น
อย่างไรก็ตามปัญหากะโหลกกรีดร้องอาจเกิดขึ้นได้อีก ถ้าหากมีคนพยายามที่จะกำจัดพวกมัน ไม่ว่าจะด้วยการโยนทิ้งในคูน้ำ แหล่งน้ำ หรือทำลาย เผา บดให้ละเอียดกลายเป็นฝุ่นผงหรือฝังในภูเขา เป็นต้น ซึ่งวิธีการที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนั้น หลายคนได้พิสูจน์แล้วว่าดูเหมือนจะไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการ
บางครั้ง กะโหลกกรีดร้องก็จะปรากฏตัวให้คนที่พยายามทำลายพวกมันเห็นในที่เดิม ทั้งที่ถูกโยนทิ้งหรือทำลายจนแหลกละเอียดไปแล้ว และบ่อยครั้งพวกมันก็จะล้างแค้นด้วยการนำพาความโชคร้ายมาสู่คนเหล่านั้นหรือคนใกล้ชิด ทำให้เกิดพายุ ไฟไหม้อย่างรุนแรงที่อาจทำลายทรัพย์สิน พืชผล ความแห้งแล้งหรือการล้มตายอย่างไม่ทราบสาเหตุของเหล่าปศุสัตว์ เป็นต้น
ตำนานกะโหลกกรีดร้องที่โด่งดัง น่าสนใจสุดของประเทศอังกฤษ

สำหรับตำนานของกะโหลกกรีดร้องที่น่าสนใจที่สุดในโลกนั้น มีอยู่ทั้งหมด 4 เรื่องราวที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้
1.ตำนานกะโหลกกรีดร้อง The Wardley Skull

กะโหลกกรีดร้องนี้ อยู่ใน Wardley Hall ที่อยู่ห่างเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษเพียงไม่กี่ไมล์ มันเป็นหัวกะโหลกเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6
ตำนานเล่าว่า “โรเจอรร์ ดาวเนส” หนึ่งในสมาชิกของครอบครัวผู้มีอิทธิพลที่ไร้ศีลธรรมในช่วงสงครามกลางเมืองของประเทศอังกฤษ วันหนึ่งขณะที่กำลังดื่มสุราอยู่ในกรุงลอนดอนเข้าสาบานว่าจะฆ่าชายคนแรกที่พบ หลังจากนั้นช่างตัดเสื้อผู้น่าสงสารบังเอิญเดินผ่านมาเลยถูกฆ่าด้วยดาบปักทะลุร่าง ดาวเนสถูกจับกุมตัวและดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรม แต่ด้วยอำนาจมืดทำให้ถูกปล่อยตัวในที่สุด
หลังจากนั้นไม่นานนัก เขาได้ข้ามสะพานลอนดอนด้วยสภาพที่มึนเมาและทำตัวกร่างอันธพาล พร้อมกับดาบเข้าจู่โจมใส่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสะพาน แต่เจ้าหน้าที่สู้กลับด้วยเก่งกาจมากเพียงพอที่จะตัดศีรษะของเขาให้หลุดออกจากร่างในครั้งเดียว
หน่วยรักษาความปลอดภัยนำศีรษะไร้วิญญาณส่งไปที่ Wardley Hall ต่อมากะโหลกสีขาวนี้ก็ได้ถูกเก็บเอาไว้ในช่องเปิดบริเวณผนังเหนือบันไดหลัก แต่ก่อนหน้านั้นมีความพยายาม (ที่ไม่ประสบความสำเร็จ) หลายครั้งในการกำจัดมันหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเอาไปเผาหรือถ่วงน้ำ แม้แต่การพยายามขยับมันออกจากที่ตั้งก็ทำให้เกิดพายุที่ทำลายล้างเมืองอย่างน่าสะพรึงกลัว
2. ตำนานกะโหลกกรีดร้อง The Bettiscombe Skull

กะโหลกกรีดร้อง ที่ได้รับชื่อมาจากบ้านไร่เก่าใกล้กับ Lyme Regis ในเมืองดอร์เซต ประเทศอังกฤษ เชื่อกันว่าเป็นกะโหลกของทาสจากเวสต์อินดีสที่นำมาเป็นบรรณาการให้กับ Azariah Pinney ในศตวรรษที่ 17 ณ คฤหาสน์เบ็ตติสคอมบ์ (Bettiscombe)
ทาสที่น่าสงสารผู้ตกเป็นเหยื่อหรือถูกฆาตกรรมบนเตียงนอนในบ้านไร่หลังเก่า ก่อนตายเขาได้ออกปากว่าวิญญาณของตัวเองจะไม่มีทางสงบจนกว่าร่างกายจะถูกนำกลับไปยังบ้านเกิดของตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าความปรารถนานั้นจะไม่ได้รับการเติมเต็ม เพราะเขากลับถูกฝังไว้ในสุสานเบ็ตติสคอมบ์
หลังจากนั้น วิญญาณที่ไม่เคยสงบก็ทำตามที่ได้ลั่นวาจาเอาไว้ก่อนตาย ด้วยการหลอกหลอนสุสานดังกล่าว มีพยานหลายคนอ้างว่าได้ยินเสียงกรีดร้องจากหลุมศพและเสียงที่ไม่สามารถอธิบายได้จากบ้านไร่เก่า น่าแปลกใจอย่างมากที่เสียงประหลาดเหล่านี้หายไปทันทีเมื่อร่างของเขาถูกขุดขึ้นมา
เมื่อมีความพยายามฝังร่างของเขาอีกครั้ง ก็ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าประหลาดเหมือนเดิมขึ้นอีก ศพถูกขุดและฝังซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งชิ้นส่วนหายไปเรื่อย ๆ กระทั่งเหลือเพียงหัวกะโหลกและถูกนำมาเก็บเอาไว้บนบันไดเวียนที่นำไปสู่หลังคาของบ้าน มันถึงได้กลับมาสงบอีกครั้ง
3.ตำนานกะโหลกกรีดร้อง The Burton Agnes Skull
เรื่องราวของกะโหลกกรีดร้องนี้ เกี่ยวข้องกับบ้านหลังหนึ่งใน North Yorkshire ที่สร้างขึ้นในปี 1598 โดยพี่น้องสามสาวแห่งตระกูล “Griffith” วันหนึ่ง พี่สาวคนโตแอน ได้เผชิญหน้ากับโจรบนถนนใกล้กับบ้านที่ต้องการแหวนที่เป็นมรดกตกทอดจากแม่ทำให้โจรโกรธและทำร้าย
เสียงกรีดร้องของเธอทำให้ชาวบ้านพากันเข้ามาช่วยเหลือ แต่มันก็สายเกินไปเธอก็ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสกระทั่งเสียชีวิตในอีกห้าวันต่อมา ก่อนตายเธอได้มีความปรารถนาที่จะฝังร่างของตัวเองเอาไว้ในรั้วบ้านของตัวเอง ที่เรียกว่า “เบอร์ตัน แอกเนส”
อย่างไรก็ตาม ครอบครัวได้ฝังเธอเอาไว้ใต้โบสถ์นอร์มันเก่าในบริเวณนั้น หลังจากนั้นไม่นานนักก็เริ่มมีการได้ยินเสียงแปลกประหลาดขึ้นในบ้าน ทำให้น้องสาวคนหนึ่งเกิดความสงสัยว่าจะเป็นฝีมือของแอนเลยขอร้องให้เธอหยุดและทำการขุดโลงศพของเธอ ก่อนที่จะพบความจริงที่น่าตกใจว่าร่างกายของแอนยังคงสมบูรณ์อยู่ในขณะที่ศีรษะถูกตัดขาดและกะโหลกเหมือนกำลังยิ้มอยู่!!!
บาทหลวงแนะนำให้นำกะโหลกกลับบ้าน หลังจากที่ทำตามปรากฏว่าเสียงประหลาดทั้งหมดก็หยุดลงและไม่เกิดขึ้นอีกเลยจนกระทั่งบ้านหลังนี้ได้ถูกส่งมอบต่อจนกลายเป็นมรดกของครอบครัว Boytone ที่ได้นำกะโหลกศีรษะออกไปจากบ้าน!
หลังจากนั้นเป็นที่ชัดเจนว่าแอนไม่พอใจอย่างมากที่ถูกนำออกจากบ้าน จนพวกเขาต้องนำกะโหลกกลับมาไว้บนโต๊ะที่ห้องโถงอีกครั้งถึงได้สงบลง หลายปีต่อมาผู้สืบทอดบ้านอีกคนหนึ่งได้นำกะโหลกไปฝังเอาไว้ในรั้วบ้านสักแห่งทำให้ไม่มีใครพบเห็นอีก แต่ดูเหมือนว่าอย่างน้อยก็เป็นการเติมเต็มความปรารถนาของเธอได้เป็นอย่างดีทำให้ไม่มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นอีก แต่เมื่อครอบรอบการเสียชีวิต วิญญาณของเธอก็จะปรากฏตัวให้เห็นเช่นกัน
4.ตำนานกะโหลกกรีดร้อง Tunstead Farm Skull

กะโหลกกรีดร้องอันนี้ถูกเรียกว่า “ดิกกี้” ที่เชื่อกันว่าหลอกหลอนบ้านไร่ “Tunstead Farm” ใกล้ชาเปล-ออง-เลอ-ฟริธ ประเทศอังกฤษ ตำนานเล่าว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งถูกฆาตกรรม โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นในวันใดกันแน่!? แถมมันยังถูกเก็บเอาไว้ในห้องลับที่ไม่มีใครรู้จักอีกด้วย
อีกเรื่องเล่าขานที่มีความเกี่ยวกับกะโหลกใบนี้คคือ “เน็ด นิกสัน” บรรพบุรุษของเจ้าของบ้านไร่ได้ถูกฆาตกรรมในบ้านหลังนี้ และยังมีตำนานของวิญญาณผู้หญิงที่ออกมาหลอกหลอนผู้คนในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 พร้อมกับประกาศให้ผู้คนรับรู้ถึงการตายของลูกสาวคนผู้ที่เช่าบ้านหลังนี้อยู่
ดิกกี้ ได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้พิทักษ์บ้านจากโลกหลังความตาย เชื่อกันว่าหากมีคนแปลกหน้าเข้ามาในเขตบ้านก็จะได้ยินเสียงเคาะปริศนา บางครั้งเครื่องมือทางการเกษตรที่ถูกเก็บเอาไว้ในโรงนาก็จะสั่นสะเทือนจนทำให้คนเหล่านั้นหวาดกลัวต้องหนีออกมานอกบริเวณบ้าน
นอกจากนี้ ดิกกี้ ยังมักส่งเสียงเพื่อเป็นการเตือนเกี่ยวกับการคลอดบุตร อาการเจ็บป่วยของเหล่าสัตว์เลี้ยงในฟาร์ม หรือในตอนที่สมาชิกของครอบครัวกำลังจะเสียชีวิต
เช่นเดียวกับกะโหลดกรีดร้องอันอื่น ดิกกี้เองก็ไม่พอใจอย่างมากที่จะถูกย้ายที่อยู่ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่มันถูกขโมยไปโดยพวกโจร แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะทนความเฮี้ยน! ไม่ไหว จนต้องนำมันมามอบคืนให้กับเจ้าของ และยังมีความปั่นป่วนโกลาหลที่คล้ายกันเกิดขึ้น หลังจากที่กะโหลกศีรษะถูกนำไปฝังเอาไว้ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาอีกด้วย...
