ตี่หยูอัน (Tiyu-an) ปอบลิ้นยาวออกล่าสตรีมีครรภ์และคนป่วย ผู้มาพร้อมกับลูกสุนัขอมตะที่ไม่มีวันตาย แห่งประเทศฟิลิปปินส์

“ตี่หยูอัน” (Tiyu-an) เป็นอัสวังประเภทหนึ่งที่บินไม่ได้ในตำนานพื้นบ้านของจังหวัดคาปิซ ประเทศฟิลิปปินส์ ทุกตัวเป็นเพศเมีย บางตัวหลังค่อมเนื่องจากมีนิสัยชอบเดินด้อม ๆ มอง ๆ ใต้ถุนบ้านยกสูง
ตี่หยูอันมักที่จะปรากฏตัวพร้อมกับลูกสุนัขตัวหนึ่งที่ไม่มีวันแก่ชรา ลูกหมาตัวนี้ถูกส่งต่อจากตี่หยูอันจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง แต่ที่จริงแล้วลูกสุนัขดังกล่าวคือ “เจ้านาย” ที่เหล่าตี่หยูอันต้องแบ่งปันเลือดของเหยื่อที่ล่ามาให้ แถมยังเป็นแหล่งพลังเหนือธรรมชาติของตี่หยูอัน นอกจากนี้ตี่หยูอันยังมีข้ารับใช้เป็นนกสีดำตัวเล็ก ๆ ที่ทำหน้าที่คอยช่วยค้นหาเหยื่อในความมืดให้การล่าเป็นไปได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น บางตนสามารถแปลงกายเป็นหมูดำหรือแมวได้อีกด้วย
การปรากฏตัวและพฤติกรรมของตี่หยูอัน

ในตอนกลางวันตี่หยูอันจะดูเหมือนกับเด็กผู้หญิง หรือผู้หญิงธรรมดา ๆ แต่เมื่อกลางคืนมาเยือนลูกสุนัขก็จะทำการเลียขาเป็นสัญญาณให้ตี่หยูอันออกล่าเหยื่อ เมื่อตี่หยูอันออกเดินทางนกสีดำก็จะบินล่วงหน้าไปยังหมู่บ้านหรือเมืองที่อยู่ใกล้เคียง เมื่อเจอบ้านของเหยื่อที่น่าสนใจนกก็จะร่อนลงจับบนหลังคาแล้วร้องเรียกตี่หยูอันด้วยเสียงแหลม ๆ อย่างต่อเนื่อง
หากเหยื่อเป็นสตรีมีครรภ์ ตี่หยูอันจะกระโดดขึ้นไปบนหลังคาบ้านอย่างเงียบเชียบเสียจนมีใครในบ้านทันรู้สึกตัว หมอบอยู่ใต้พื้น หรือเกาะที่หน้าต่าง เมื่อตำแหน่งมั่นคงดีแล้วก็จะยื่นลิ้นที่มีลักษณะเหมือนท่อยาวออกมา ปลายลิ้นแหลมคมคล้ายกับเข็มฉีดยาแต่บางเท่ากับเส้นผม เจาะเข้าไปที่สะดือของเหยื่อที่กำลังหลับใหล การเจาะดังกล่าวแผ่วเบาอย่างมากเสียจนเหยื่อไม่รู้สึกอะไรเลย
หากทารกในครรภ์ใกล้คลอดแล้ว ตี่หยูอันจะทำการดูดเฉพาะเลือดของเด็กทารกเท่านั้น แต่ถ้าหากทารกอยู่ในช่วงต้น ๆ มันจะละลายร่างของเด็กทารกแล้วดูดเลือด แต่ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใดก็ล้วนแล้วแต่เป็นอันตรายต่อเด็กทารกจนอาจถึงแก่ชีวิต นำไปสู่การแท้งบุตรอย่างเป็นปริศนา
เมื่อไม่มีสตรีมีครรภ์ให้ออกล่า ตี่หยูอันก็จะทำการมองหาผู้ป่วย โดยเฉพาะคนที่ป่วยเป็นวัณโรคเนื่องจากมันชื่นชอบการบริโภคเสมหะและน้ำลายของคนป่วย ซึ่งมันอาจทำให้อาการป่วยหนักขึ้นหรือเร่งความตายของเหยื่อให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นด้วยการดูดพลังชีวิตของเหยื่อด้วยการเลียและดมกลิ่น...
9 ที่ยังคงท้าทายกาลเวลา ไม่ยอมเน่าเปื่อยสลายหายไปจากประวัติศาสตร์อย่างน่าพิศวง

