ความเชื่อเกี่ยวกับมนุษย์หมาป่าและคืนพระจันทร์เต็มดวง

แนวคิดที่ว่ามนุษย์หมาป่ามีการกลายร่างในคืนพระจันทร์เต็มดวงเริ่มได้รับความนิยมจากภาพยนตร์เรื่อง “Frankenstein Meets the Wolf Man” (1943 ) ส่วนการกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าโดยทั่วไปแล้วถูกพบในภาพยนตร์เรื่อง “The Wolf Man” (1941) ฉบับต้นฉบับที่กลายมาเป็นต้นแบบแนวคิดในเรื่องของมนุษย์หมาป่าในโลกของภาพยนตร์ ณ ปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อเกี่ยวกับมนุษย์หมาป่าและพระจันทร์เต็มดวงก็ยังมีพื้นฐานปรากฏอยู่ในตำนานพื้นบ้านบ้างตำนานทั่วโลกและในตำนานกรีกบางเรื่อง อาทิเช่น ประโยคที่กล่าวเอาไว้ว่า
“แม้แต่ชายที่มีจิตใจบริสุทธิ์
และกล่าวคำอธิษฐานในเวลากลางคืน
อาจกลายเป็นหมาป่าได้เมื่อต้นหมาป่าบานสะพรั่ง
และพระจันทร์ในฤดูใบไม้ร่วงส่องแสงสดใส”
จากประโยคดังกล่าวทำให้สามารถมองเห็นภาพได้อย่างชัดเจนว่า ในฤดูใบไม้ร่วงที่ต้นหมาป่า (Wolfsbane) ออกดอกเบ่งบานและพระจันทร์เต็มดวงก็จะทำให้มนุษย์สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าได้
จากหนังสือมนุษย์หมาป่าของ “ซาบีน แบริ่ง-โกลด์” (Sabine Baring-Gould) มีการบันทึกเอาไว้ว่าหลายพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศสได้มีความเชื่อเกี่ยวกับการที่มนุษย์สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าได้ในคืนพระจันทร์เต็มดวงมาตั้งแต่ปี 1800 มีงานเขียนมากมายหลายชิ้นที่เชื่อว่ามนุษย์สามารถกลายร่างได้ในคืนพระจันทร์เต็มดวง พร้อมกับมอบความปรารถนาในการออกไปวิ่งข้างนอกให้กับมนุษย์หมาป่าเหล่านั้นในตอนกลางคืนอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังมีการเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์หมาป่ากับแสงจันทร์ที่สามารถพบได้ในนิทานของ “นีเซรอส” (Niceros) ที่เล่าขานโดย “ปิโตรเนียส” (Petronius) “ซาติริคอน” (The Satyricon) รวมไปถึงรูปแบบการเล่าแบบอื่น ๆ ของนักเขียนอีกหลายคนที่ถูกกล่าวอ้างถึงบ่อยเป็นอย่างมากโดยมีลักษณะเป็นเรื่องราวสั้น ๆ
เชื่อกันว่าการกายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าอาจได้รับอิทธิพลมาจากข้อเท็จจริงที่ว่าพระจันทร์เต็มดวงสามารถส่องแสงสว่างที่มีความเจิดจ้าได้ราวกับกลางวัน ถึงแม้ว่าเหตุผลที่ทำให้แสงจันทร์เกิดการกลายร่างจะไม่ชัดเจนนัก แต่แสงจันทร์อาจจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่จำเป็นในการกระตุ้นการกลายร่างจากการได้มองเห็นและไปกระทบกับแผลทางจิตใจเข้าดังที่นีเซรอสได้กล่าวอ้างเอาไว้...
เกา (Ugaw) ภูตจิ๋วผู้เสนอความมั่งคั่งให้กับคนที่ชอบหรือแลกกับอิสรภาพ แห่งประเทศฟิลิปปินส์

