อาชิเรโกะ (Ashireiko) จิ้งจอกวิญญาณแห่งญี่ปุ่น

ในตำนานและบันทึกมากมายของประเทศญี่ปุ่น หนึ่งในภูตผีและปีศาจที่ปรากฏตัวออกมาให้เห็น อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับสังคมของมนุษย์มากที่สุดก็คงเห็นจะไม่พ้น “สุนัขจิ้งจอก” โดยมีเรื่องราวที่หลากหลายกันออกไปทั้งดีงามและเลวทรามมากมาย ซึ่งหนึ่งในความเชื่อเกี่ยวกับสุนัขที่น่าสนใจ อยากแนะนำให้รู้จักกันในวันนี้คือจิ้งจอกวิญญาณ “อาชิเรโกะ” (Ashireiko) ส่วนเรื่องราวที่น่าสนใจจะมีอะไรกันบ้างนั้น มาติดตามอ่านจากบทความชิ้นนี้กันได้เลย
การถือกำเนิดและเวทมนตร์ลี้ลับของจิ้งจอกวิญญาณอาชิเรโกะ

สถานะของสุนัขจิ้งจอกของประเทศญี่ปุ่นได้รับการแบ่งตามช่วงวัย ตั้งแต่ทารกไปจนถึงอายุ 100 ปี ในช่วงเริ่มแรกจิ้งจอกวิญญาณอาชิเรโกะ เป็นเพียงสุนัขจิ้งจอกธรรมดาทั่วไปที่ไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ แต่เมื่อถึงช่วงเวลาอันเหมาะสมพวกมันก็จะเริ่มใช้เวทมนตร์ได้และเลื่อนระดับของตัวเองให้สูงมากขึ้น
เชื่อกันว่าเมื่ออายุ 50 ปี สุนัขจิ้งจอกทุกตัวจะเริ่มทำการฝึกฝนบำเพ็ญตบะเพื่อพัฒนาเวทมนตร์ของตัวเองให้กล้าแข็งมากขึ้น ด้วยการศึกษาเวทมนตร์โบราณที่ให้การเคารพนับถือ “ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดวงดาว” สำหรับเวทมนตร์ที่เหล่าจิ้งจอกวิญญาณอาชิเรโกะให้ความสำคัญมากที่สุดคือการ “แปลงกายเป็นมนุษย์”
เมื่อจิ้งจอกวิญญาณอาชิเรโกะต้องการปลอมตัวเป็นมนุษย์ พวกมันจะหันหน้าเข้าหากลุ่มดาวหมีใหญ่ในยามราตรี พร้อมกับวางกะโหลกศีรษะของมนุษย์เอาไว้บนหัวและอาจมีวัตถุอื่นๆ มาใช้ในการประกอบพิธีกรรม ตัวอย่างเช่น หากจิ้งจอกวิญญาณอาชิเรโกะต้องการปลอมตัวเป็นชาวนา พวกมันก็นำเครื่องมือทางเกษตรอย่างจอบหรือคราดเอาไว้ข้างตัว เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าประเภทของมนุษย์ที่เหล่าจิ้งจอกวิญญาณอาชิเรโกะชอบแปลงกายมากที่สุดมักเป็นสาวงาม เมื่อต้องการแปลงเป็นหญิงสาวโฉมงามต้องตาบุรุษ พวกมันมักจะวางดอกลิลลี่หรือใบไม้เอาบนศีรษะ แล้วใช้เวทมนตร์เปลี่ยนให้สิ่งเหล่านั้นกลายเป็นเส้นผมที่แสนสวยงาม
เมื่อจิ้งจอกวิญญาณอาชิเรโกะมีอายุครบ 100 ปี พวกมันจะได้ทำการฝึกฝนทักษะเวทมนตร์จนกระทั่งแข็งแกร่งมากพอที่จะได้ทำการเลื่อนระดับสู่การเป็นภูตผีญี่ปุ่นขั้นสูงกว่าที่ถูกเรียกว่า “ชิโกะ” (Chiko)
จิ้งจอกวิญญาณอาชิเรโกะ เป็นอันตรายต่อมนุษย์หรือเปล่า!?
อาชิเรโกะ ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มของสุนัขจิ้งจอกชั้นล่าง ทำให้ลักษณะภายนอกโดยทั่วไปของพวกมันแทบไม่แตกต่างจากสุนัขจิ้งจอกธรรมดาที่พบทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น จึงไม่น่าแปลกใจที่อาชิเรโกะจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับพลังเวทมนตร์มักติดกับดักของมนุษย์ ถูกมนุษย์ทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บหรือถูกล่าสังหารโดยนายพรานและสุนัขบ้าน ทำให้พวกมันมักผูกใจเจ็บอาฆาตมนุษย์ เมื่อใช้เวทมนตร์ได้ทำให้อาชิเรโกะหลายตนกลายมาเป็นภัยคุกคามมนุษย์เพื่อล้างแค้นให้กับตัวเองหรือพรรคพวก
บทสรุปส่งท้าย : ตำนานจิ้งจอกวิญญาณอาชิเรโกะ กับการส่งผ่านทางวัฒนธรรมจากประเทศจีน
เชื่อกันว่าเรื่องราวของจิ้งจอกวิญญาณอาชิเรโกะ มีพื้นฐานมาจากความเชื่อเกี่ยวกับโชคลางตั้งแต่สมัยโบราณของชาวญี่ปุ่น นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าเป็นแนวคิดที่รับมาจากประเทศจีนเมื่อหลายศตวรรษก่อน เพราะคำว่า Ashireiko มาจากคำว่า “Azi” ซึ่งเป็นวิญญาณจิ้งจอกที่ชั่วร้ายที่ปรากฏตัวในประเทศจีน
ตามตำนานของชาวจีนราวศตวรรษที่ 3 ทหารคนหนึ่งที่มีนามว่า Wang Lingxaio ได้ถูกล่อลวงให้หายไปจากตำแหน่งประจำการของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าโดยหญิงสาวโฉมงามที่มีชื่อว่า Azi หลังจากสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า Chen Hao ผู้บัญชาการทหารสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้อาจเป็นปีศาจปลอมตัวมา จึงได้ทำการรวบรวมทหารและสุนัขติดตามไปจนถึงถ้ำแห่งหนึ่ง ภายในถ้ำพวกเขาได้พบกับทหารที่ถูกล่อลวงมานอนอยู่บนพื้นในขณะที่ร่างครึ่งหนึ่งกำลังกลายเป็นสุนัขจิ้งจอก แม้สภาพร่างกายจะดูไม่ได้ แต่เขาก็ยังคงเรียกหาสาวงามอย่างไม่ยอมหยุด หลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือจนสติกลับมาเริ่มสมบูรณ์ ทหารนายนี้สารภาพตามตรงว่าช่วงเวลาแห่งความสุขที่ได้อยู่ร่วมกับปีศาจจิ้งจอกตนนี้ เป็นความสุขล้นจนไม่อาจมีอะไรมาเทียบเคียงได้!!!
นอกจากนี้คำว่า Azi (อาชิ) ในภาษาญี่ปุ่นยังเป็นคำพ้องเสียงที่มีความหมายถึง “จอมล่อลวงที่สวยงาม” ที่กลายมาเป็นต้นแบบของจิ้งจอกวิญญาณอาชิเรโกะของประเทศญี่ปุ่นที่รู้จักกัน ณ ปัจจุบันนั่นเอง...
