Chichen Itza สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของวัฒนธรรมที่บูชาความตาย ชาวมายัน แห่งประเทศเม็กซิโก

Chichen Itza เป็นเมืองของชาวมายันที่ยิ่งใหญ่ และมีความสำคัญมากที่สุดของรัฐยูคาทา ประเทศเม็กซิโก ซากโบราณสถานแห่งนี้บางส่วนยังมีความเก่าแก่ย้อนกลับไปได้ถึง 800 ปี ก่อนคริสตกาลเลยทีเดียว แต่หลังจากที่ชาวมายันครองเมืองแห่งนี้เอาไว้เป็นเวลานานหลายร้อยปี มันก็ได้ถูกปล่อยทิ้งร้างอย่างยาวนานในสภาพสมบูรณ์เสียจนนักประวัติศาสตร์ยังต้องทึ่ง เพราะมันประกอบไปด้วยพีระมิดขนาดใหญ่ สุสาน สนามบอลขนาดใหญ่ หอดูดาวและซากปรักหักพังอีกมากมาย
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บรรดาเหล่านักวิจัยได้พยายามทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อเปิดเผยข้อมูลและประวัติศาสตร์ที่กล่าวถึงวัฒนธรรมที่หายไปของชาวมายัน แต่เนื่องจากการมาถึงของชาวสเปนยุคแรกที่ได้ทำลายอักขระจารึกไปอย่างมากมาย ทำให้การถอดความหมายทำได้อย่างลำบากเป็นอย่างมากมาย
อย่างไรก็ตาม ชาวมายันที่เคยอาศัยอยู่ ณ Chichen Itza ก็คล้ายกับชาวมายันทั่วไปในวัฒนธรรมหลายแห่ง แม้จะดูมืดมนและป่าเถื่อน แต่ชาวมายันก็ให้ความเคารพกับพระเจ้าของตัวเอง และทำพิธีกรรมที่เชื่อว่าจะทำให้พระเจ้าเหล่านั้นเกิดความพึงพอใจด้วยการมอบ “ความตาย” และบางครั้งก็ผ่านการเฉลิมฉลอง

สิ่งที่ทำให้ Chichen Itza มีความแตกต่างอย่างมากจากซากปรักหักพังของชาวมายันในพื้นที่ใกล้เคียงคือ “สนามบอล” โครงสร้างนี้ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับผู้ชมจำนวนมากที่คอยเชียร์เหล่านักกีฬาที่ไม่เหมือนใครทั้งสองทีม โดยกีฬาของชาวมายันประกอบด้วยการตีลูกบอลขนาดเล็กด้วยสะโพกผ่านห่วงกลม บางเกมก็ให้ทีมทำการต่อสู้กันจนกว่าจะตาย ก่อนที่กัปตันของทีมที่ชนะจะต้องทำการสังเวยตัวเอง อย่างไรก็ตามความตายดังกล่าวถือว่าเป็นเกียรติอย่างมากของชาวมายัน ความเชื่อเหล่านี้ได้ถูกแกะสลักอยู่ในผลงานศิลปะบนหินที่เรียงรายอยู่ภายในสนามบอลอันยิ่งใหญ่ของ Chichen Itza ที่แสดงให้เห็นภาพของการแข่งขันกีฬา และมีชายคนหนึ่งคุกเข่าลงโดยไร้หัว โดยมีงูที่แทนเลือดพุ่งออกมาจากบาดแผลที่คอ
การเสียสละชีวิตถูกมองว่าเป็นเรื่องแสนธรรมดาของชาวมายัน เพราะพวกเขาเชื่อว่ามันช่วยทำให้พระเจ้าพึงพอใจ นอกจากนี้ยังมีการจัดพิธีกรรมเพื่อทำการถวายเลือดบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีภัยแล้งและความอดอยาก
บริเวณด้านหลังของพีระมิด เป็นที่ตั้งของ “หลุมจม” (Cenote) อันยิ่งใหญ่ นักวิจัยเชื่อเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของชาวมายัน เพราะในหลุมนี้ค้นพบโบราณวัตถุมีค่ามากมายที่ถูกโยนลงในน้ำลึก เช่น หยก ที่ชาวมายันให้คุณค่าเหมือนกับทองคำและยังมีการค้นพบโครงกระดูกอีกหลายร้อยชิ้น พร้อมกับโครงกระดูกของเด็ก นอกจากนี้ เหล่านักวิจัยยังเชื่อว่าชาวมายันอาจมองว่าสถานที่แห่งนี้คือ “ประตูสู่ยมโลก” ที่เชื่อมต่อกับเทพเจ้าแห่งสายฝน Chaac อีกด้วย ดังนั้น ซากโครงกระดูกที่ค้นพบ น่าจะเป็นเหยื่อสังเวยให้กับเทพเจ้าให้พึงพอใจบันดาลสายฝนมาให้กับชาวมายัน

พีระมิดของ Chichen Itza เอง ก็เชื่อว่าเป็นสถานที่สังเวยมนุษย์ โดยเหยื่อส่วนใหญ่เป็นเชลยศึกที่ถูกจับกุมตัวมาในระหว่างการทำสงครามจะถูกฆ่าบริเวณส่วนบนสุดของพีระมิด เรื่องราวอันน่าสยดสยองนี้ถูกบันทึกเอาไว้ในงานศิลปะภายใน Chichen Itza ที่แสดงให้เห็นถึงแถวของหัวกะโหลกที่ถูกเจาะเอาไว้บนเสา ที่นอกจากจะแสดงถึงอำนาจแล้ว ยังเป็นการเตือนบุคคลภายนอกไม่ให้กล้ำกรายเข้ามาอีกด้วย
เรื่องราวสุดหลอน ณ Chichen Itza

จากประวัติศาสตร์แห่งความตายมากมายเหล่านี้เอง ที่ทำคนในพื้นที่โดยรอบเชื่อว่า Chichen Itza เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีผีสิงอยู่มากสุดแห่งหนึ่งของประเทศเม็กซิโก หลายคนอ้างว่าเคยพบเห็นร่างเงาในพีระมิด และยังมีการปรากฏตัวของวิญญาณโบราณเดินไปมาในพื้นที่ของ Chichen Itza หลายคนเชื่อว่าผีที่ได้เห็นคือบรรดาเหยื่อสังเวยที่ถูกสาปให้ยังคงติดอยู่ในซากโบราณแห่งนี้ โดยที่ไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้
บางคนอ้างว่ามีวิญญาณของนักบวชชาวมายันที่ยังคงทำหน้าที่ดูแลและปกป้องสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของตน รวมไปถึงการพบกับเหตุการณ์อาถรรพ์อีกมากมาย เช่น ความรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น อุณหภูมิของสถานที่ที่ลดลงอย่างรวดเร็วและเสียงประหลาดที่ถูกถอดออกมาจากเทปบันทึกเสียง ที่มีเสียงสวดมนต์ของชาวมายันโบราณ รวมไปถึงวิญญาณโบราณที่ติดตามไปหลอกหลอนถึงในความฝันของผู้ที่มาเยี่ยมชม เป็นต้น
การเดินทางมาเยี่ยมชม Chichen Itza

Chichen Itza เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง หากเดินทางมาเยี่ยมเยือนทางตอนใต้ของประเทศเม็กซิโก มันตั้งอยู่ใกล้กับเมือง Piste ที่สามารถเดินไปยังโบราณสถานแห่งนี้ได้ โดยใช้เวลาเพียง 20 นาที เท่านั้น...
