อาคุ อาคุ (Aku-Aku) วิญญาณผู้พิทักษ์ดินแดนแสนอันตรายที่พร้อมกลืนกินเลือดเนื้อของมนุษย์ แห่งประเทศชิลี

“อาคุ อาคุ” (Aku-Aku) เป็นชื่อเรียกของกลุ่มวิญญาณในตำนานของชาวโพลินีเซียน (Polynesian) ชนพื้นเมืองของเกาะอีสเตอร์ ประเทศชิลี พวกมันมีลักษณะคล้ายกับโครงกระดูกของมนุษย์ มีความสามารถในการปลอมตัวเป็นมนุษย์ได้
ชาวโพลินิเซียนยังมีประเพณีในการเอ่ยนามของอาคุ อาคุออกมาก่อนที่จะทำการทานอาหารรและถ้าหากมีแขก แขกเองก็ต้องเอ่ยนามของอาคุ อาคุด้วยเช่นกัน
การปรากฏตัวและพฤติกรรมของอาคุ อาคุ
อาคุ อาคุทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ดินแดนที่ดุร้ายและเป็นอันตรายอย่างมาก พวกมันหิวโหย พร้อมที่จะกลืนกินมนุษย์ที่เข้าไปในอาณาเขตของมัน ในปัจจุบันก็ยังมีความเชื่อกันว่าที่ดินบางส่วนของเกาะยังคงเป็นของอาคุ อาคุ
อย่างไรก็ตาม โดยเนื้อแท้แล้วอาคุ อาคุก็ไม่ได้ชั่วร้ายเสมอไป บางตนเองก็มีความเมตตากรุณาอยู่บ้าง หากอาคุ อาคุตนใดเกิดชื่นชอบมนุษย์คนใดคนหนึ่งขึ้นมา มันก็อาจจะช่วยทำงานบ้านทั้งหมดให้เสร็จเรียบร้อยอย่างน่าอัศจรรย์ในเวลาเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น
ต้นกำเนิดของอาคุ อาคุ
เชื่อกันว่าวิญญาณอาคุ อาคุบางส่วนเดิมทีเป็นมนุษย์ที่เสียชีวิตไปแล้วและได้กลายมาเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ แต่เชื่อกันว่าอาคุ อาคุตนแรกได้มาถึงเกาะแห่งนี้พร้อมกับ “โฮตู มาตูอา” (Hotu Matu'a) ราชาองค์แรกของเกาะในตำนาน สันนิษฐานว่าจากผืนดินทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ (ที่จมลงสู่ก้นมหาสมุทรเมื่อนานมาแล้ว)
การป้องกันตัวและกำจัดอาคุ อาคุ
ถึงแม้ว่าอาคุ อาคุจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มของวิญญาณ แต่ดูเหมือนว่าพวกมันก็จะสามารถถูกสังหารได้เช่นกันหากพ่ายแพ้ในการต่อสู้กับนักรบชาวมนุษย์ หรือทำการปลอบโยนวิญญาณให้สงบลงผ่านทาง “อีวะ อาทัว” (Iva-Atua) กลุ่มคนที่มีลักษณะคล้ายกับหมอผีที่เชื่อกันว่าสามารถทำการติดต่อสื่อสารกับอาคุ อาคุได้
ตำนานที่น่าสนใจของอาคุ อาคุ
เมื่อนานมาแล้วมีอาคุ อาคุสองตนนามว่า “ฮิตีราอู” (Hitirau) และ “นูโก เต มังโก” (Nuko te Mangó) กำลังพากันนอนหลับอยู่อย่างไม่ทันระวังตัว อีกทั้งยังไม่ได้ปลอมตัวอยู่ในร่างของมนุษย์ ตอนนั้นเองที่เจ้าชาย “ทูอูคอยโฮ” (Tu’ukoiho) บุตรของ “โฮตู มาตูอา” ราชาในตำนานได้เดินเล่นแล้วมาพบกับพวกมันเข้า
เจ้าชายรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากที่ได้เห็นอาคุ อาคุกำลังนอนหลับอยู่โดยที่ไม่มีลำไส้ หรือเนื้ออยู่บนร่างกาย ถึงจะได้เห็นสิ่งเหนือธรรมชาติอันน่าทึ่งเขาก็เลือกที่จะจากไปเงียบ ๆ ไม่รบกวนการพักผ่อนของพวกมัน
หลังจากนั้นไม่นาน อาคุ อาคุตนที่สามก็ได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับตะโกนปลุกอาคุ อาคุที่กำลังพากันนอนหลับอยู่พร้อมกับก่นด่าพวกมันว่าการที่ไม่สวมร่างมนุษย์แล้วนอน ตอนนี้เจ้าชายได้เห็นร่างจริงอันน่าสังเวชของพวกมันแล้ว
อาคุ อาคุทั้งสองตื่นขึ้นมาพร้อมกับรู้สึกว้าวุ่นใจเป็นอย่างมาก พวกมันรีบสวมกลายเนื้อปลอมตัวเป็นมนุษย์แล้วใช้ทางลัดแกล้งทำเป็นนักเดินทางที่ไร้เดียงสาเดินไปดักหน้าเจ้าชายแล้วแสร้งทำเป็นถามว่าวันนี้เจ้าชายได้เห็นสิ่งผิดปกติใด ๆ บ้างหรือไม่?
เจ้าชายปฏิเสธว่าไม่ได้เห็นอะไรผิดปกติ ทั้งสองฝ่ายจึงได้กล่าวคำอำลาแล้วแยกกันไปคนละทาง แต่ดูเหมือนว่าอาคุ อาคุทั้งสองจะยังไม่พอใจกับคำตอบนัก พวกมันเลยปลอมตัวเป็นนักเดินทางสี่คนแกล้งทำเป็นบังเอิญเจอเจ้าชายระหว่างทางอีกแล้วถามแปลก ๆ เหมือนเดิม ซึ่งเจ้าชายก็ได้ปฏิเสธไปเช่นเดิม แต่อาคุ อาคุก็ยังคงไม่พอใจแล้วปลอมเป็นกลุ่มนักเดินทางสิบคน อย่างไรก็ตาม คำตอบที่ได้รับจากปากของเจ้าชายก็ยังคงเหมือนเดิม
เจ้าชายกลับมาถึงบ้าน ในขณะที่อาคุ อาคุฝูงใหญ่ก็ยังคงลอบติดตามมาด้วยพร้อมกับแอบฟังการสนทนาของเขาอย่างใกล้ชิด ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับอาคุ อาคุทั้งสอง เมื่อพวกมันพอใจแล้วว่าเจ้าชายไม่เห็นตอนหลับซึ่งอาจจะเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิดกันพวกมันก็ได้จากไป
ถึงแม้ว่าเจ้าชายจะไม่ได้พูดเกี่ยวกับอาคุ อาคุออกมาก็ตาม เขาก็ได้ทำการรวบรวมไม้และเชือก ค่อย ๆ ทำการประดิษฐ์หุ่นเชิดขนาดเล็กที่ไม่ต้องใช้เชือกที่มีลักษณะเหมือนกับอาคุ อาคุที่เคยเห็นขึ้นมากลายเป็น “คาวาคาวาโมอาย” (kavakava moa) ตัวแรกหรือหุ่นกระบอกที่สามารถพบได้ทั่วไปในเกาะอีสเตอร์
ฮันตูอาปู (Hantu Apu) ผีเสื่อใบเตยสาน ผู้ชอบการสังสรรค์ ประเทศมาเลเซีย

