“บิล ควิก” ผู้ไล่ล่าสังหารชาวอินเดียนแดงเพียงลำพัง ถึง 99 ศพ แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา

ประวัติศาสตร์ของประเทศสหรัฐในช่วงยุคบุกเบิกมีการรบพุ่งกันระหว่างผู้อพยพคนขาวกับชาวอเมริกันพื้นเมืองหลายต่อหลายครั้ง ทำให้แผ่นดินอเมริกาแปดเปื้อนไปด้วยเลือดมากมาย แต่.. ถ้าพูดถึงนักล่าหัวของฝ่ายคนขาว ชื่อของ “บิล ควิก” (Bill Quick) อาจจะเป็นอันดับต้น ๆ ในหน้าหนังสือประวัติศาสตร์แห่งความสยองขวัญของทวีปอเมริกันเลยทีเดียว
ลองมาติดตามเรื่องราวของนักล่าฆ่าหัวที่แสนร้ายกาจคนนั้น..!
เริ่มต้นเรื่องราวของการล่าฆ่าหัวชาวอินเดียนแดงของ “บิล ควิก”

ในช่วงต้นปี 1800 มีชายคนหนึ่งชื่อว่า “บิล ควิก” (Bill Quick) ทำอาชีพในการล่าและดักจับสัตว์ เขาอาศัยอยู่กับพ่อในกระท่อมเก่าริมแม่น้ำ Scioto ใกล้เมืองเคนตัน รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงเวลานั้น มีสงครามรุนแรงระหว่างคนผิวขาวกับอเมริกันพื้นเมือง (อินเดียนแดง)
วันหนึ่งเขาออกไปล่าสัตว์ เมื่อกลับมาในตอนเย็นกลับพบว่ากระท่อมถูกโจมตีโดยชาวอินเดียนแดงที่รื้อค้น ขโมยข้าวของมีค่าไปแทบทุกอย่าง บนพื้นบ้านมีร่างของพ่อเขานอนตายอยู่บนกองเลือด สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เขาโกรธจัดและสาบานว่าจะล้างแค้นพวกคนที่ฆ่าพ่อของเขาอย่างสาสม
นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เขาก็เริ่มต้นทำสงครามกับชาวอินเดียนแดงเพียงลำพัง เขาเดินทางไปตามป่าและแม่น้ำ ค้นหาชาวอินเดียนแดงและฆ่าอย่างไร้ความปรานีโดยไม่สนใจว่ามีความผิด หรือไร้เดียงสา
เขามักซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ เฝ้ามองดูชาวอินเดียนแดงและเมื่อเป้าหมายลดการระมัดระวังตัวลงก็จะขว้างมีดแทงเข้าหัวใจ บางครั้งก็จะไล่ตามบนหลังม้าพร้อมกับยิงปืนใส่ให้ร่วงตกลงมา ถ้าหากพบอินเดียนแดงเข้านอนเขาก็รอให้ดึกจนเหยื่อหลับสนิทและย่องไปทุบศีรษะด้วยขวานอย่างไร้ความเมตตา

เมื่อสังหารเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว เขาก็จะตัดหัวนำกลับมากระท่อม ทำให้บนกำแพงเต็มไปด้วยหัวของเหยื่อ เมื่อเวลาผ่านไปนานหลายปีเข้า หัวของอินเดียนแดงก็มีมากถึง 99 หัว แถมเขายังแสดงพวกมันให้คนอื่นเห็นอย่างภาคภูมิใจ ราวกับพวกมันเป็นถ้วยรางวัลก็ไม่ปาน และเขาตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะล่าให้ครบ 100 หัว แล้วการล้างแค้นจะสิ้นสุดลง
อย่างไรก็ตาม พวกอินเดียนเองก็รู้ว่ามีชายผิวขาวที่คลั่งไล่ตาม ทำให้พวกเขาเองก็ระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา ในขณะเดียวกันส่วนใหญ่ก็พากันออกจากพื้นที่ในการล่า ในขณะที่บิลเองก็ล้มป่วยด้วยโรคร้ายแรงและในขณะที่เขากำลังจะเสียชีวิต เขาก็สั่งเสียให้ “ทอม” ลูกชายทำภารกิจในการสังหารหัวที่ 100 ให้สำเร็จ ถ้าหากทำไม่สำเร็จเมื่อเขาตายจะกลายเป็นผีมาหลอกหลอนลูกชาย
หลังจากพ่อเสียชีวิต เขาก็ทำพยายามทำตามสัญญาที่ให้ไว้ แต่เขาไม่ได้เป็นนักล่าที่เก่งกาจ ที่จริงเข้าไม่ได้ชื่นชอบความรุนแรงเลยด้วยซ้ำ เขายิงปืนห่วยมากไม่เข้าเป้าและในช่วงเวลานั้น ชาวอินเดียนแดงเกือบทั้งหมดก็ได้หนีออกจากภูมิภาคไปแล้ว
คืนหนึ่งเขากลับมาบ้านและสังเกตเห็นว่าหัวบนกำแพงเริ่มเคลื่อนไหว ตาของพวกมันเปิดขึ้นและเริ่มพูดพร่ำหรือกรีดร้อง กัดฟัน สิ่งที่เห็นทำให้เขากลัวมากจนต้องหนีออกไปจากกระท่อมเล่าทุกสิ่งที่เห็นให้คนในเมืองฟัง แต่กลับไม่มีใครเชื่อ ทุกคนคิดว่าเขาเสียสติ ในขณะเดียวกันเขาก็ยิ่งมุ่งมั่นจะทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อให้เป็นจริง

หลังจากที่ได้ยินว่ามีคนเห็นชาวอินเดียนแดงกลุ่มหนึ่งในละแวกนั้น เขาเลยหยิบปืนยาวและเดินทางไปปฏิบัติอันน่ากลัว หลังจากนั้นไม่นานเพื่อนบ้านก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นนัดเดียวมาจากทิศทางกระท่อมของเขา
เพื่อนบ้านที่เป็นห่วงได้ไปหาเขาที่บ้านปรากฏว่ากระท่อมเงียบและประตูปิด เขาเคาะประตูแล้วเรียกแต่กลับไม่มีเสียงตอบรับเลยเดินดูรอบ ๆ ก่อนจะมองเข้าไปในหน้าต่างเห็นกำแพงที่เรียงรายไปด้วยศีรษะ
บนนั้นมีหัวของทอม ที่บูดบึ้งและมองตรงมาที่เขา พร้อมกับมีรูกระสุนปืนอยู่ที่ตรงกลางของหน้าผาก...!!!
