5 ปราสาทสุดโรแมนติก ที่เต็มไปด้วยผีดุเดินเพ่นพ่าน

ปราสาท... อาจเป็นสถานที่โรแมนติกในฝันของใครหลายคนที่อยากเป็นเจ้าชายหรือเจ้าหญิง แต่ในความเป็นจริงแล้วมีปราสาทมากมายที่เกี่ยวข้องกับเวทมนต์ ความทุกข์ทรมานและความตาย แน่นอนว่าทำให้ปราสาทหลายแห่งกลายมาเป็นปราสาทผีดุ ผีสิง ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอาถรรพ์ที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งบทความในวันนี้จะขอพาไปรู้จักกับ 5 ปราสาทที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นปราสาทผีสิงที่ดุที่สุดของโลกกัน
1.ปราสาทผีดุ : CORVIN CASTLE ประเทศโรมาเนีย

ปราสาทยุคกลางที่แสนงดงาม หากมองภายนอกอาจรู้สึกเหมือนกับกำลังได้ก้าวเท้าเข้าไปสู่ดินแดนแห่งเทพนิยาย แต่อย่าปล่อยให้รูปลักษณ์ภายนอกหลอกลวง เพราะที่จริงแล้วปราสาทแห่งยุคกลางตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 แห่งนี้มีเรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมากเลยทีเดียว เชื่อว่าบางส่วนของปราสาทเคยถูกนำมาใช้เป็นคุกเพื่อทำการทรมานเหล่านักโทษ หนึ่งในวิธีการประหารชีวิตที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของปราสาทแห่งนี้คือ “หลุมหมี” โดยทำการโยนนักโทษลงไปในหลุมที่เต็มไปด้วยหมีที่หิวโหยที่พร้อมฉีกร่างของเหล่านักโทษทั้งเป็นด้วยความสยดสยอง และหนึ่งในนักโทษที่มีชื่อเสียงของปราสาทแห่งนี้คือ Vlad Tepes ที่ถูกจับเป็นเชลยนานกว่า 7 ปี และเอาชีวิตรอดมาได้จากการกินดื่มเลือดของหนูสกปรก จนกระทั่งกลายมาเป็นแรงบันดาลใจการสร้างนวนิยายสยองขวัญเรื่อง Dracula ที่รู้จักกันดีทั่วโลกในเวลาต่อมา

นอกจากตำนานเกี่ยวกับต้นกำเนิดของท่านเคาท์ Dracula แล้ว ปราสาทผีดุแห่งนี้ ยังมีตำนานเกี่ยวกับวิญญาณของนักบวชที่เคยถูกกักขังเอาไว้ในหอคอยของปราสาทที่ปรากฏตัวหลอกหลอนผู้คน นอกจากนี้ยังมีวิญญาณของนักโทษชาวตุรกีสามคนที่ถูกสังหารอย่างไม่เป็นธรรมเดินให้เห็นอยู่ในปราสาทหลายครั้ง
2.ปราสาทผีดุ : LEAP CASTLE ประเทศไอร์แลนด์

ปราสาทผีสิงที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในกลุ่มของนักท้าทายเรื่องเหนือธรรมชาติ แม้ว่าบางส่วนจะพังทลายลงไปตามกาลเวลา และแต่บางส่วนยังคงแข็งแรงเป็นอย่างดี เชื่อกันว่าประวัติศาสตร์ของปราสาทแห่งนี้สามารถย้อนหลังไปได้อย่างยาวนานถึงปี 1250 ถูกสร้างโดยตระกูลโอแบนนอน ที่ใช้ชีวิตอยู่ในปราสาทแห่งนี้อย่างยาวนานจนกระทั่งถูกสังหารหมู่ยกตระกูลหลังจากปราสาทถูกยึดในสงคราม
สถานที่ที่เต็มไปด้วยความอาถรรพ์ของปราสาทแห่งนี้ถูกเรียกว่า Bloody Chapel คุกใต้ดินที่ถูกแบ่งออกเป็นห้องแคบๆที่ประตูทางเข้ามีกับดัก นักโทษจะถูกโยนลงไปในคุกใต้ดินซึ่งบางครั้งอาจต้องถูกทิ่มแทงด้วยหนามแหลมภายในนั้นทำให้เกิดความเจ็บปวดทรมานและตายอย่างช้าๆ จากการขุดค้นปราสาทครั้งล่าสุดพบโครงกระดูกของคนกว่า 150 ร่าง อยู่ภายในคุกใต้ดินแห่งนั้น ในคุกใต้ดินแห่งนี้ มีหนึ่งในฆาตกรที่ทำความผิดอย่างมหันต์ด้วยการฆ่าน้องชายของตัวเองต่อหน้านักบวชและฝูงชน นำไปสู่การหลอกหลอนโดยวิญญาณของฆาตกรโหดรายนี้ นอกจากนี้ยังมีผู้อ้างว่าเห็นแสงสว่างลอดออกมาจากคุกใต้ดินในกลางดึกทั้งที่ไม่มีใครอยู่ในนั้น
ปราสาทผีสิงแห่งนี้ ยังมีตำนานการนองเลือดที่น่าสนใจอีกหลายเรื่อง เช่น มีการลอบวางยาพิษเพื่อสังหารหมู่แขกจำนวนมากในปราสาททำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 40 คน เชื่อกันว่าวิญญาณของเหล่าผู้เสียชีวิตยังคงติดอยู่ในกำแพงหินของปราสาทแห่งนี้ โดยที่ไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้ และยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับผีสางอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงในชุดแดง ที่มักอุ้มเด็กหรือถือมีดวนเวียนสร้างความขนลุกแบบสุดขีดให้กับแขกที่ไม่ได้รับเชิญในยามราตรี
3.ปราสาทผีดุ : HOUSKA CASTLE สาธารณรัฐเช็ก
![]()
ปราสาทผีสิงที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชนบทอันห่างไกลที่รายล้อมด้วยป่าทึบ ที่ถูกสร้างขึ้นในปลายปี 1200 ที่มีเรื่องราวลี้ลับเกิดขึ้นอย่างมากมายจนถึงขนาดที่เชื่อกันว่ามันถูกสร้างขึ้นบน “ประตูนรก” เพราะเคยมีหลุมลึกขนาดใหญ่อยู่บนที่ตั้งของปราสาทและหลุมดังกล่าวคือเส้นทางที่ทอดยาวตรงสู่ขุนนรก! ชาวบ้านเชื่อกันอย่างมากว่าในกลางดึกจะมีสัตว์ประหลาดคลานออกมา บางตัวมีปีกที่โผบินออกไป ซึ่งปีศาจเหล่านี้มีจุดประสงค์เพียงอย่างเดียวคือการทำให้มนุษย์ที่อาศัยอยู่ใกล้กับหลุมแห่งนี้ต้องหวาดกลัวอย่างสุดขีด

เรื่องราวความน่าสะพรึงกลัวของหลุมลึกดังกล่าวเริ่มขึ้น เมื่อชุมชนต้องการทำการทดสอบความลึกของหลุมโดยการจับนักโทษมัดกับเชือกหย่อนลงไปในนั้น ในตอนแรกของการทดสอบดูเหมือนเรื่องทุกอย่างจะราบรื่นเป็นปกติดี จนกระทั่งเมื่อเชือกถูกหย่อนลงไปลึกมากขึ้นนักโทษเริ่มกรีดร้องและร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด พวกเขารีบดึงเชือกนำตัวนักโทษกลับขึ้นมาจากหลุมก่อนที่จะต้องขนหัวลุกไปตามกัน เพราะนักโทษที่ถูกหย่อนลงไปในนั้นมีอายุเพียง 30 ปี เท่านั้น แต่เมื่อเขากลับขึ้นมาปรากฏว่าเส้นผมได้เปลี่ยนไปกลายเป็นสีขาวอย่างสิ้นเชิง และประสบการณ์บางอย่างที่ได้พบในหลุมนั้นทำให้เขาเสียสติ บ้าคลั่งและเสียชีวิตหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันต่อมา

เพื่อเป็นการลดความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นจากหลุมนรกแห่งนี้ ชุมชนจึงได้สร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้น และมีการสร้างโบสถ์ขึ้นทับหลุมเอาไว้ เพื่อเป็นการช่วยป้องกันความชั่วร้ายที่อยู่ในหลุมไม่ให้ขึ้นมาบนพื้นดิน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมปราสาทแห่งนี้จึงมักที่จะเกิดเรื่องลี้ลับให้เห็นบ่อยครั้งมาจนถึงทุกวันนี้ เช่น เสียงกรีดร้องที่ก้องกังวานไปทั่วปราสาทกลางดึก ที่เชื่อว่าดังมาจากหลุมนรกแห่งนี้
ปราสาทซาวเออร์ (Sauer Castle) สถานที่สำคัญย่านชานเมืองของอเมริกากับข่าวลือเรื่องผีสาง
4.ปราสาทผีดุ : CACHTICE CASTLE ประเทศสโลวาเกีย
ปราสาทผีสิงที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ในปัจจุบันได้พังทลายกลายเป็นซาก แต่ยังคงมีชื่อเสียที่เลื่องลือถึงความเฮี้ยนเป็นอย่างมาก สาเหตุที่ทำให้ปราสาทแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าผีดุ เพราะหนึ่งในเจ้าของปราสามแห่งนี้คือ Elizabeth Bathory หรือที่รู้จักกันในชื่อของ Blood Countess ผู้หลงใหลในความงดงาม เยาว์วัยและเลือด เธอได้จับเด็กสาวหลายร้อนคนมาทำการทรมานและฆ่า (*ตัวเลขล่าสุดในประวัติศาสตร์คือ 650 คน) แล้วนำเลือกมารักษาความงามของตัวเอง
ห้องใต้ดินของปราสาทผีดุแห่งนี้ เป็นสถานที่กักขังเหล่าหญิงสาวผู้บริสุทธิ์หลายร้อยชีวิต ทำให้มันกลายมาเป็นสถานที่สถิตของดวงวิญญาณที่เต็มไปด้วยความแค้นและหวาดกลัว มีผู้พบเห็นวิญญาณของผู้หญิงในปราสาทแห่งนี้เป็นจำนวนมาก รวมไปถึงวิญญาณของ Elizabeth Bathory ที่ถูกแขวนเอาไว้กับกำแพงในหอคอยของปราสาทที่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นคุกขังเธอจากความผิดบาปที่ก่อจนถึงลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
5.ปราสาทผีดุ : CHILLINGHAM CASTLE
![]()
ปราสาทที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นเอกฉันท์ว่าผีดุที่สุดในโลก มันถูกสร้างขึ้นในปี 1300 เพื่อทำหน้าที่เป็นฐานที่มั่นของกองทัพอังกฤษใกล้กับชายแดนสก็อตแลน ทำให้บริเวณนี้เต็มไปด้วยการสู้รบกันมาอย่างยาวนาน สำหรับส่วนที่มีความอาถรรพ์มากที่สุดของปราสาทแห่งนี้คือ “ห้องทรมาน” ที่คร่าชีวิตของเชลยศึกไปเป็นจำนวนมากด้วยฝีมือของ John Sage นักทรมานที่ชื่นชอบในเสียงกรีดร้อง เชื่อว่าวิญญาณของนักทรมานคนนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในปราสาท ทำให้เกิดเสียงกรีดร้องด้วยความทุกข์ทรมานดังสะท้อนก้องไปมาในความมืดมิดในปราสาทแห่งนี้อยู่บ่อยครั้ง จนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีหลายคนที่ได้ยินเสียงกรีดร้องดังกล่าวอยู่

หนึ่งในวิญญาณที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดของปราสาทผีสิงแห่งนี้คือ Blue Boy ผีชายหนุ่มที่มักปรากฏตัวหลอกหลอนคนที่เข้าพักในห้องนอนสีชมพู เชื่อว่าเป็นวิญญาณของชายหนุ่มที่เคยถูกค้นพบกลายเป็นร่างไร้วิญญาณในห้องนี้ในช่วงศตวรรษที่ 20 ศพนั้นสวมเสื้อผ้าสีน้ำเงินนั่นเอง และในบริเวณของห้องครัวยังมีการพบวิญญาณของผู้หญิงใบหน้าซีดเซียวที่พยายามหาน้ำดื่ม เชื่อว่าเป็นวิญญาณของผู้หญิงที่เสียชีวิตจากการถูกวางยาพิษในปราสาท และยังมีวิญญาณของเลดี้ เบอร์เคลี ที่ต้องทนทุกข์ทรมานตลอดกาลหลังจากที่สั่งให้ประหารพระและเด็กหญิงตัวน้อยที่แวะเข้ามาในโบสถ์ของปราสาท นอกจากนี้ปราสาทแห่งนี้ยังเป็นต้นกำเนิดของวิธีการประหารสุดทรมาน ด้วยการจับใส่กรงเหล็กขนาดเล็กแล้วนำไปแขวนเอาไว้บนต้นไม้หรือที่สูงปล่อยให้แห้งตายจนเหลือกระดูก ที่รู้จักกันในชื่อของ Devil’s Walk ในปัจจุบันอีกด้วย
บทสรุปส่งท้าย : ปราสาทผีดุกับกลิ่นอายความหลอนแบบสุดขั้ว

ปราสาทส่วนใหญ่ในโลก... ล้วนแล้วแต่ถูกสร้างขึ้นมาในช่วงเวลาอันห่างไกล ทำให้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์มากมายที่น่าสนใจ รวมไปถึงเหตุการณ์นองเลือดในอดีตที่อาจนำไปสู่เหตุการณ์สุดอาถรรพ์ที่ทำให้ผู้ไปเยี่ยมชมต้องพบกับความสยองขวัญได้โดยไม่ทันตั้งตัว ดังนั้น ก่อนที่จะไปเที่ยวชมปราสาทที่ใด อย่าลืมหาข้อมูลก่อนสักเล็กน้อย ไม่อย่างนั้นอาจเผลอเดินเข้าไปในเขต “ผีดุ” แล้วพบกับเรื่องราวสุดหลอนโดยไม่ทันตั้งตัว...
Castle Blackstone ปราสาทมรดกล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยผี ออสเตรเลีย ที่ถึงตัวอาคารจะถูกรื้อถอน แต่ความหลอนยังคงอยู่...


