ตำนานกลองศึกของฟรานซิส เดรก ผู้พร้อมจะหวนกลับคืนมาปกป้องบ้านเมืองและประเทศชาติเมื่อถูกรุกราน

ประเทศอังกฤษมีเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับตำนานมากมาย หนึ่งในนั้นมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการเรียกหาวีรบุรุษผู้ล่วงลับให้กลับมาจากโลกแห่งความตายเพื่อปกป้องบ้านเกิดตามเสียง “กลองศึกของฟรานซิส เดรก” (Drake’s Drum) ส่วนเรื่องราวและความเชื่อ
เซอร์ฟรานซิส เดรกคือใคร?

เซอร์ฟรานซิส เดรก (Sir Francis Drake) เป็นนักสำรวจ นักเดินเรือและนักท่องโลก (เชื่อกันว่าเขาอาจเป็นโจรสลัดที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ) เขาเกิดในปี ค.ศ.1540 และเสียชีวิตในปี ค.ศ.1596 และได้นับยศอัศวินในปี ค.ศ. 1581 ทำหน้าที่เป็นรองผู้บังคับบัญชากองเรือรบอังกฤษต่อสู้กับกองเรือสเปน การต่อสู้อันห้าวหาญนี้เอง ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ในประเทศอังกฤษรู้จักชื่อของเขา
วีรบุรุษฟรานซิส เดรก ได้ทิ้งมรดกเอาไว้ให้กับคนรุ่นหลังคือ “กลองศึก” โดยใช้ตีเพื่อให้เสียงที่ก้องกังวานช่วยเพิ่มความหวังและเอาชนะภัยคุกคามเมื่อประเทศชาติอยู่ในจุดตกต่ำ อย่างไรก็ตามหลังจากที่เขาเสียชีวิตลงก็ไม่เคยมีใครเคยลั่นกลองนี้อีกเลย
ตามตำนานเล่าว่า ฟรานซิส เดรกกำลังเล่นโบว์ลิ่งในขณะที่ชาวสเปนกำลังใกล้เข้ามา แต่แทนที่จะตื่นตระหนกเขากลับบอกกับเพื่อนว่าอย่างได้กังวล พร้อมกับร้องไห้และบอกว่า
“มีเวลาเหลือเฟือที่จะเอาชนะเกมนี้และจัดการกับชาวสเปนด้วย”
ในขณะที่ชาวอังกฤษมองว่าฟรานซิส เดรกเป็นวีรบุรุษ แต่ชาวสเปนกลับเรียกเขาว่า “El Draque” หรือ The Dragon ที่มีความหมายถึงโจรสลัด
ตำนานกลองศึกของฟรานซิส เดรก

กลองศึกของฟรานซิส เดรก โดยพื้นฐานแล้วมันคือกลองสแนร์ ในขณะที่เขาแล่นเรือเดินทางไปทั่วโลกได้นำมันติดตัวไปด้วย เขาบอกกับคนที่อยู่เบื้องหลังว่าถ้าหากประเทศอังกฤษตกอยู่ในอันตราย ถ้าหากมีใครสักคนลั่นกล่อง เขาจะหวนกลับคืนมาปกป้องชายฝั่งของประเทศ
กวีชาววิกตอเรียอย่าง Alfred Noyes และ Henry Newbolt ต่างก็เขียนบทกวีเกี่ยวกับตำนานนี้ เซอร์ชาร์ลส์ วิลลิเยร์ สแตนฟอร์ด ได้แต่งบทกวีของนิวโบลต์ให้เป็นดนตรี ทั้งสองสิ่งนี้ช่วยประสานตำนานให้อยู่ในจิตสำนึกของคนทั้งชาติมาอย่างยาวนาน
มีบันทึกเอาไว้ในปี ค.ศ. 1918 ณ เรือ HMS Royal Oak กะลาสีเรือได้ยินเสียงกลองศึกของฟรานซิส เดรก บนดาดฟ้าของเรือรบหลังจากที่เจ้าหน้าที่มองเห็นกองเรือเยอรมันใกล้เข้ามา พวกเขาเชื่อว่าเรือรบเหล่านั้นจะโจมตีเข้ามา แต่เสียงกลองยังคงดังก้องต่อไปในขณะที่กองเรืออังกฤษทำการปิดล้อมกองเรือของเยอรมัน
อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครสามารถตามหาต้นกำเนิดของเสียงกลองลึกลับนั้นได้ ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนตีกลองดังกล่าวและเสียงกลองหยุดลงเมื่อเรือทำการทอดสมอ หลังจากนั้น เชื่อกันว่าเสียงกลองได้ดังขึ้นในระหว่างการจับกุมนโปเลียน เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 การอพยพทหารครั้งใหญ่ที่ดันเคิร์กในปี ค.ศ.1940 เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีตำนานที่น่าสะพรึงกลัวว่า ถ้าหากกลองศึกของฟรานซิส เดรกอยู่ในบ้านที่ไม่เหมาะสม ก็จะทำให้ทั้งเมืองนั้นต้องล่มสลาย!!!
ในปี ค.ศ.1938 กลองศึกของฟรานซิส เดรก ได้ถูกย้ายนไปเก็บรักษาเอาไว้ที่อาราม Buckfast เพื่อความปลอดภัย หลังจากที่พลีมัธถูกทำลายล้างจากการโจมตีทางอากาศในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง แต่หลังจากที่นึกถึงคำทำนายว่าการเคลื่อนย้ายกลองจะทำให้ทั้งเมืองต้องล่มสลาย ทำให้เจ้าหน้าที่ได้คืนกลองศึกของฟรานซิส เดรกให้กับเมืองพลีมัธอีกครั้ง และหลังจากนั้นก็ไม่เกิดการจู่โจมทางอากาศอีกเลย
ปี ค.ศ.2018 มีการนำกลองศึกของฟรานซิส เดรก ย้ายไปไว้ในพิพิธภัณฑ์ The Box ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ และมีการลงนามให้มีการเก็บกลองจำลองเอาไว้ในอารามเดิมของมันกว่า 1,100 รายชื่อเลยทีเดียว...
Ethel Shipwreck ซากเรืออาถรรพ์ แห่งประเทศออสเตรเลีย ที่มาเกยหาดพร้อมกับเรื่องราวน่าเศร้าแห่งความตาย...

