“โขมด” เป็นผีที่มีชื่อเรียกมาจากภาษาเขมร มีความหมายว่า “ผีทั่วไป” คนไทยเชื่อจัดให้ผีโขมดอยู่ในกลุ่มเดียวกับผีกระสือ และผีกระหัง โดยในพจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถาน ได้มีการอธิบายลักษณะของผีโขมด เอาไว้ว่าเป็นผีประเภทหนึ่งในพวกผีกระสือหรือผีโพง เห็นเป็นแสง เรืองวาวในเวลากลางคืน ทำให้หลงผิดว่าเป็นคนที่ถือไฟ หรือจุดไฟอยู่ข้างหน้า เมื่อเข้าไปใกล้ก็จะหายไป ส่วนชาวล้านนาเชื่อว่า ผีโขมด เป็นชื่อเรียกของผีป่า ที่ออกหากินในตอนกลางคืน มีเพียงแสงไฟให้มองเห็นเป็นระยะคล้ายกับผีกระสือ แต่มีความแตกต่างกันในเรื่องของแสงไฟ ในขณะที่ผีกระสือแสงไฟสว่างนวลเขียวเหมือนกับแมงคาเรือน แสงไฟของผีโขมดจะมีลักษณะเป็นสีเหลืองแดง

ผีโขมด ยังถูกกล่าวถึงใน “พุทธทำนาย” ที่กล่าวถึงช่วงเวลาล่วงเลยพุทธศาสนา 2500 ปี เป็นต้นไป ไฟจะรุกรานมาทางทิศตะวันออก ไหม้วัดวาอาราม สมชีพราหมณ์จะอดอยากยากเข็ญ ลูกไฟจะตกจากฟ้าเป็นเพลิงผลาญ เหล็กกล้าจะทะยานจากน้ำ มหาสมุทรจะชอกซ้ำ สงครามจากทั่วทิศศึกจะติดเมือง ข้าวจะขาดแคลนทั่วแคล้นจะอดอยาก “ผีโขมด” ผีป่าจะเข้าเมือง พระเสื้อเมือง ทรงเมืองจะหนีเข้าไพร ผู้เป็นใหญ่มีอำนาจจะเรียกแมลงผีเสื้อเหล็กนับแสนตัว มาปล่อยไข่เป็นไฟผลาญ ยักษ์หินที่ถูกสาบเป็นเวลานานจะตื่นขึ้นมาละวาทโลก ดินฟ้าอากาศจะแปรปรวน ตลิ่งจะพัง แผ่นดินจะถล่มเป็นทะเล โลกมนุษย์จะดิ่งสู่หายนะ นักปราชญ์จะถูกทำร้ายให้สิ้นสูญ ในระยะนั้นศาสนาของตถาคตจะเสื่อมลงมาก เพราะพุทธบริษัทไม่ต้องอยู่ในศีลธรรม เชื่อคำคนโกง กล่าวคำเท็จ ไม่เคารพธรรมนิยม คนประจบ สอพลอได้รับความเชื่อถือในสังคม ผู้ที่มศีลธรรม ประพฤติดี ประพฤติชอบ กลับไม่มีมีใครยำเกรง..
จากพุทธทำนายในข้างต้นจะเห็นได้ว่าการปรากฏตัวของผีโขมดในเมือง เป็นหนึ่งในสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความหายนะของโลกที่กำลังมาเยือนได้เช่นกัน...
การปรากฏกายของผีโขมด
ไม่มีรูปร่างที่แน่นอน เมื่อยามปรากฏกายคล้าย “ดวงไฟกลม ส่องแสงวับแวม” มักพบเห็นบ่อยในชนบท ที่ชื้นแฉะเช่นหนองน้ำ หรือบึง ไม่เคยปรากฏให้เห็นบริเวณที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก ล่องลอยไปเรื่อยโดยไม่ทำร้ายมนุษย์ และไม่เข้าสิงคนเหมือนกับผีประเภทอื่น บางคนเชื่อว่าผีโขมด มีรูปร่างหน้าตาที่น่ากลัว แต่ก็ยังไม่มีตำราหรือความเชื่อใดว่าคำว่า “น่ากลัว” ของผีโขมดนั้น มีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่นอย่างไร ทำให้คนทั่วไปยังคงเชื่อกันอย่างฝังหัวว่าภาพลักษ์ของผีโขมดก็คือลูกไฟที่ปรากฏตัวให้เห็นในตอนกลางคืน
การปรากฏตัวลอยไปลอยมาเฉยๆของผีโขมด คล้ายกับ “ฮิโตะดะมะ” ดวงไฟวิญญาณตามความเชื่อพื้นบ้านของชาวญี่ปุ่น ที่มีลักษณะเป็นดวงไฟสีฟ้า หรือสีเขียวลอยไปมา มีหางของดวงไฟที่ยาว เชื่อว่ามันสามารถเปลี่ยนร่างให้กลายเป็น “แมลงปีกแข็งสีดำ” หรือ “ถ่านหิน” จำนวนนับไม่ถ้วนได้หากลอยเฉียดเข้าใกล้พื้นดิน เชื่อกันว่าฮิโตะดะมะ เกิดขึ้นจากดวงวิญญาณโชคร้าย ที่ไม่สามารถพบกับความสุขสงบหลังจากที่เสียชีวิต จนกระทั่งกลายสภาพมาเป็นดวงไฟผีดังกล่าว

ดวงไฟวิญญาณ “ฮิโตะดะมะ”
การหลอกหลอนของผีโขมด
ผีโขมด มักจะปรากฏตัวหลอกคนที่เดินทางในตอนกลางคืนด้วยแสงไฟให้เข้าใจผิดวว่ามีนักเดินทางคนอื่นกำลังถือคบไฟ หรือมีคนกำลังก่อกองไฟอยู่ด้านหน้า ถ้าหากใครหลงเชื่อเดินเข้าหาแสงไฟ ผีโขมดก็จะหายตัววับไป แล้วโผล่มาอีกครั้งเป็นดวงไฟหลายดวงล้อมรอบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง หรือหลอกล่อให้เดินทางเดินไปผิดทางด้วยความเข้าใจผิด
ผีโขมด เกิดขึ้นจากอะไร?
สาเหตุที่ทำให้เกิดผีโขมดขึ้นยังคงเป็นปริศนา คลุมเครือ และไม่มีความชัดเจนเหมือนกับประเภทอื่น เช่น ผีตายท้องกลม เหตุผลที่ทำให้เกิดขึ้นคือผู้หญิงที่ตายโหงจากการคลอดลูก เป็นต้น ในขณะที่ผีโขมด เป็นผีที่เหมือนกับเกิดขึ้นมาโดยไร้เหตุผล แล้วปรากฏกายเป็นลูกไฟให้เห็นกันแบบไม่มีที่มาที่ไป

"พระราหู" ภาพจาก meethai.com
ในตำนานการสร้างโลกและการกำเนิดเทพเทวดาของอินเดีย กล่าวถึงครั้งที่ “พระอิศวร” ทรงสร้างโลกขึ้นมาด้วยอำนาจของพระองค์ ได้นำ “หัวผีโขมด” จำนวน 12 หัว ห่อด้วยผ้าดำ หรือบางแห่งเชื่อว่าพระองค์นำหัวผีโขมดไปบดละเอียดกลายเป็นผงแล้วจึงนำมาห่อด้วยผ้า แล้วทำการประพรมด้วยน้ำทิพย์ ก่อกำเนิดกลายเป็น “พระราหู” และในบางตำนานได้กล่าวถึงพระราหูเอาไว้ว่า เป็นเทพ “กึ่งอสูร” ที่มีร่างกายท่อนล่างเป็นงูและปลา หางงูแยกออกเป็นหัวผีโขมดสองหัว
อาหารโปรดของผีโขมด
เนื่องจากผีโขมด เป็นผีที่มีข้อมูลเกี่ยวกับมันน้อยมากโดยเฉพาะในเรื่องอาหาร แต่ถ้าหากทำการอิงข้อมูลจากวรรณคดีเรื่องสังข์ทอง ตอนหกเขยแข่งหาปลากับสังข์ทอง บรรดาหกเขยที่ถูกสังข์ทองปลอมตัวเป็นเทวดาเอาปลามาให้โดยการตัดหูของตัวเองให้แหว่ง ได้ให้เหตุผลกับท้าวสามนว่าสาเหตุที่ใบหูแหว่งเกิดจาก “ผีโขมดโกรธ เลยกัดใบหู” ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าคนในสมัยก่อนเชื่อว่าผีโขมดมีตัวตนจริง และบางครั้งอาจก้าวร้าวจนถึงขั้นสามารถทำร้ายมนุษย์ จึงได้ถูกยกนำเป็นข้ออ้างเพื่อให้คนอื่นเชื่อ ในขณะเดียวกันก็เป็นการแสดงให้เห็นว่า คนสมัยนั้นยังเชื่อว่าผีโขมดชื่นชอบอาหารประเภทเนื้อสัตว์อย่างเช่น “ปลา” เป็นต้น

หกเขยเฉืนหู-จมูก แลกปลา
บันทึกการพบเห็นผีโขมด
ผีโขมด มักถูกเรียกว่า “ผีตัวประกอบ” ที่ไม่ว่าจะในตำนานหรือวรรณคดีเรื่องใด ก็ไม่ค่อยมักที่จะให้ความสำคัญกับผีโขมดนัก อย่างไรก็ตามมีพระธุดงค์หลายองค์เช่นกัน ที่ได้เดินทางในป่าแล้วพบกับผีโขมด เช่น หลวงปู่หลิว ปัณณโก แห่งวัดไร่แตงทอง ที่ได้พบกับผีโขมดและถูกบังตาลวงลงบ่อจระเข้ เป็นต้น
ประเพณีที่เกี่ยวข้องกับผีโขมด
ถึงแม้ว่าผีโขมดจะไม่ค่อยได้รับความสนใจจากคนทั่วไปสักเท่าใดนัก แต่ไม่ใช่กับชาวล้านนาที่อาศัยอยู่ในตำบลต้นธง จังหวัดลำพูน ที่ได้มีประเพณี “ลอยโขมด” แห่งเดียวของโลก ที่ได้รับการปฏิบัติมาอย่างยาวนานตั้งพุทธศตวรรษที่ 14 ในสมัยอาณาจักรหริภุญชัย โดยการจัดเครื่องสักการะบูชาใส่กระทง หรือสะเปา ที่มีรูปร่างคล้ายเรือ ทำการจุดธูป เทียน แล้วปล่อยลงในน้ำ แสงไฟจากเทียนจะกระทบน้ำเกิดเป็นเงาวับแวมคล้ายกับแสงไฟของผีโมด เพื่อส่งความระลึกถึงญาติพี่น้องที่อาศัยอยู่ในกรุงหงสาวดี

"ลอยโขมด" ภาพจาก chiangmainews.co.th
คำอธิบายปรากฏการณ์ผีโขมดในแง่ของวิทยาศาสตร์
นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการอธิบายการปรากฏตัวของผีโขมดเอาไว้ว่า เกิดจาก “แก๊สมีเทน” จากการเน่าเปื่อยผุพังของสารอินทรีย์ เมื่อติดไฟในอากาศทำให้กลายมาเป็นลูกไฟสว่างแวววับในตอนกลางคืนแล้วหายไป ทำให้คนที่ได้พบเห็นเชื่อว่าเป็นการปรากฏตัวของผีโขมดนั่นเอง

“แก๊สมีเทน”
แม้ว่าผีโขมด จะเป็นหนึ่งในผีไทย ที่ดูเหมือนไม่ค่อยมีความสำคัญสักเท่าใด และไม่ได้มีความน่ากลัวสุดเฮี้ยน! ชวนให้ขนลุกซู่! เหมือนกับผีไทยตนอื่น แต่ผีโขมดก็ปรากฏตัวให้เห็นในตำนาน คำทำนายที่เกี่ยวกับวันสิ้นโลก การสร้างโลก และรุกขเทวดาหลายครั้ง จนอดคิดไม่ได้ว่าที่จริงแล้วผีโขมดอาจมีความสำคัญในฐานะของ “สัญญาณ” ที่คนส่วนใหญ่ยังตีความหมายในการปรากฏตัวของผีโขมดไม่ออกเท่านั้นเอง...
