บ้านมอนดตร์เยย์ ตำนานบ้านผีสิงที่มีชื่อเสียงและสุดดุ แห่งประเทศเม็กซิโก

บ้านมอนดตร์เยย์ (Monterrey House) เป็นตำนานเมืองที่น่ากลัวเกี่ยวกับบ้านผีสิงในเม็กซิโกและการฆาตกรรมอันน่าสยดสยอง คนในท้องถิ่นเรียกบ้านหลังนี้ว่า La Casa Aramberri หรือ The House of Aramberri มันเป็นสถานที่ที่มีนักสืบเรื่องราวเหนือธรรมชาติมากมายมาเยี่ยมเยือน เพราะเชื่อกันว่ามีวิญญาณของผู้หญิงสองคนที่ได้ถูกสังหารอย่างไร้ความปรานี ทำให้บ้านหลังนี้ไม่มีวันสงบสุข ทุกวันนี้ บ้านมอนดตร์เยย์ ได้ถูกปล่อยเอาไว้จนกระทั่งทรุกโทรมเป็นอย่างมาก
ประวัติศาสตร์ของบ้านผีสิงมอนดตร์เยย์

เมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ บ้านมอนดตร์เยย์เป็นบ้านของหนึ่งในครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในเมือง ราวปี 1933 มีครอบครัวหนึ่งย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ โดยที่ไม่เคยทราบมาก่อนมาก่อนว่าบ้านหลังนี้จะได้กลายมาเป็นสถานที่เกิดเหตุอาชญากรรมอันน่าสยดสยอง ที่มีต้นเหตุมาจากความโลภของมนุษย์
เช้าวันหนึ่ง หัวหน้าครอบครัวได้ออกไปทำงาน ทิ้งให้ภรรยากับลูกสาวอยู่ที่บ้านตามปกติ หลังจากนั้นไม่นานมีชายสามคนบุกรุกเข้ามาในบ้านและจู่โจมใส่สองแม่ลูก เพราะพวกเขาคิดว่าในบ้านจะมีหีบใส่เงินจำนวนมหาศาลซ่อนอยู่ในบ้าน พวกเขาจับหญิงโชคร้ายทั้งคู่มาทรมานในห้องอาหารเพื่อหาที่ซ่อนของหีบดังกล่าว ก่อนที่จะสังหารพวกเธอไปในที่สุด
เมื่อศพทั้งสองถูกพบ เจ้าหน้าที่ให้ความเห็นว่าเป็นหนึ่งในอาชญากรรมที่น่ากลัว นองเลือดและโหดร้ายมากที่สุดเท่าที่เกิดขึ้นในเมือง เพราะหญิงทั้งสองศีรษะเกือบถูกตัดออกจากร่าง เหลือเพียงบางส่วนห้อยติดอยู่เหมือนกับเส้นด้าย การฆาตกรรมอันแสนโหดร้ายนี้ทำให้ผู้คนในเมืองถึงกับสั่นกลัว
ตำรวจเองก็ต้องเผชิญกับการสอบสวนที่ยากลำบาก เพราะไม่มีร่องรอยประตูหน้าถูกใช้กำลังพังเข้ามา และไม่มีพยานเห็นเหตุการณ์ ยกเว้นสัตว์เลี้ยงของครอบครัวเหยื่อ!?
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า “นกแก้ว” ที่เป็นสัตว์เลี้ยงและอยู่ในที่เกิดเหตุได้พิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์ ระหว่างที่ตำรวจกำลังตรวจสอบบ้าน มันก็ร้องออกมาเป็นภาษาสเปนว่า
“ไม่ใช่เพื่อน กาเบรียล! ไม่มีฉัน เพื่อน กาเบรียล!”
ตำรวจเชื่อว่า มันพยายามพูดว่า “อย่าฆ่าฉันกาเบรียล อย่าฆ่าฉันกาเบรียล!”
สิ่งที่มันพูด ฟังดูเหมือนกับนกแก้วกำลังพูดซ้ำคำสุดท้ายของเจ้าของ เมื่อสอบปากคำของผู้เป็นพ่อ พบว่าเขามีหลานชายที่ชื่อกาเบรียล ตำรวจจึงจับกุมหลายชายคนนั้น หลังจากที่ถูกสอบสวนเขาก็สารภาพว่าเป็นคนลงมือสังหารทั้งสอง พร้อมกับวางแผนโจรกรรมพร้อมกับพี่ชายอีกสองคนที่เป็นเจ้าของร้านขายเนื้อที่อยู่ใกล้เคียง
ในที่สุด ฆาตกรโหดทั้งสามรายก็ถูกจับโดยตำรวจ พร้อมกับมอบคำตัดสินแบบพิเศษให้กับพวกเขาที่เรียกกันว่า “กฎแห่งการบิน” หรือ “กฎแห่งการหลบหนี” ตำรวจขับไล่พวกเขาทั้งสามออกไปในทะเลทราย ให้พวกเขาวิ่งหนีแล้วยิงใส่จากทางด้านหลัง หลังจากนั้น ร่างไร้วิญญาณของทั้งสามก็ถูกนำกลับมายังเมืองเพื่อประจานให้ชาวเมืองเห็นเป็นตัวอย่างของจุดจบอันเลยร้ายของเหล่าฆาตกร
เรื่องราวอาถรรพ์ ณ บ้านมอนดตร์เยย์

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บ้านมอนดตร์เยย์ก็เต็มไปด้วยเหตุการณ์ณ์เหนือธรรมชาติมากมาย บางคนอ้างว่าเห็นวิญญาณของผู้หญิงสองคนที่ถูกฆ่าอยู่ในห้องอาหาร บ้างก็เล่าว่าในตอนกลางคืน มักจะได้ยินเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองของแม่และลูกสาวว่า อย่าฆ่าฉัน!
ในห้องนอนหลักของบ้าน มีรูปภาพเหมือนของผู้เป็นแม่แขวนเอาไว้ หลายคนบอกว่าใบหน้าของเธอเปลี่ยนไปกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวอย่างมาก พยานอีกหลายคนเล่าว่าสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดอย่างมากในบ้านและได้กลิ่นกำมะถัน อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้จะหายไปเมื่อออกไปจากบ้าน
เรื่องราวของบ้านมอนดตร์เยย์ โด่งดังอย่างมากในประเทศเม็กซิโก และยิ่งได้กระพือชื่อเสียงมากขึ้นอีก เมื่อมีนักข่าวสองคนได้มาเยี่ยมบ้านและมองหาหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการหลอกหลอนของวิญญาณ เมื่อพวกเขาออกไปจากบ้านกลับประสบกับอุบัติเหตุรถยนต์ที่รุนแรงมาก เมื่อมีการตรวจสอบบันทึกของพวกเขาในภายหลัง ปรากฏว่าพวกเขาได้ยินเสียงร้องและเสียงครวญครางจากระยะไกลอย่างชัดเจนบนเทปบันทึกเสียง
ข่าวลือเกี่ยวกับบ้านมอนดตร์เยย์กระจายไปทั่ว ทำให้มีเด็กวัยรุ่นมากมายพยายามบุกรุกเข้ามาในบ้าน เพราะหวังว่าจะได้เห็นเหตุการณ์เหนือธรรมชาติบางอย่าง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องสร้างรั้วลวดหนามขนาดใหญ่มาขวางเอาไว้ที่หน้าบ้านเพื่อป้องกันการเข้าถึง
อย่างไรก็ตาม บ้านมอนดตร์เยย์ยังคงสามารถมองเห็นได้จากถนน ชาวบ้านที่จำเป็นต้องเดินผ่านบ้านหลังนี้ในตอนกลางคืน บางครั้งก็ยังได้ยินเสียงร้องของวิญญาณที่ยังคงสิงสถิตอยู่ในบ้าน และบางครั้งถ้ามองหน้าต่างอาจจะเห็นเงาร่างของวิญญาณเจ้าของบ้านที่ไม่เคยจากไป...
ชิกิงามิ (Shikigami) วิญญาณข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ ที่เปี่ยมไปด้วยพลังเหนือธรรมชาติแห่งประเทศญี่ปุ่น

