นางตานี วิญญาณหญิงโฉมงามแห่งดงกล้วย
“นางตานี” เป็นหนึ่งในตำนานความเฮี้ยนที่คนไทยต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี กับเรื่องราวของหญิงสาวผู้สวยงามในชุดไทยสีเขียว ที่สิงสถิตอยู่ในต้นกล้วยตะเคียนที่ได้รับการเล่าขานมาอย่างช้านาน ทั้งในเรื่องของแรงเสน่ห์หาที่ชวนให้ชายหวั่นไหว และเรื่องราวของความน่าสะพรึงกลัวที่อาจเกิดขึ้นถ้าหากผิดคำมั่นสัญญาในความรักที่มีต่อกันระหว่างภูตพรายกับมนุษย์ ส่วนเรื่องราวของนางตานีจะเป็นเช่นไร น่าสนใจแค่ไหน ไปติดตามอ่านพร้อมกันเบน
ความเชื่อเรื่องต้นกำเนิดของนางตานี
ความเชื่อเกี่ยวกับต้นกำเนิดของนางตานีไม่ค่อยชัดเจนนัก แต่โดยทั่วไปแล้วเชื่อกันว่านางตานี้ มีต้นกำเนิดจากสองแหล่ง ดังต่อไปนี้
1.นางตานีเป็นหนึ่งในโอปาติกะ
ในทางพุทธศาสนา จัดนางตานีอยู่ในภูตประเภทหนึ่ง ในกลุ่มของ “โอปาติกะ” โดยถือกำเนิดขึ้นมาในขณะที่ร่างกายได้มีการแตกดับ และวิญญาณไม่ได้เดินทางไปยังโลกหลังความตาย
2.นางตานีเป็นหนึ่งในเทวดาชั้นล่าง
นางตานี เป็นเทวดาชั้นล่างสุดของชั้นจตุมหาราชิกา มีวิมานอยู่ในต้นกล้วย โดยเป็นวิญญาณของคนที่ตายแล้วได้กลายเป็นเทวดา แต่มีบุญน้อยทำให้มีวิมานอยู่ในต้นกล้วย แต่ก็อยู่โดยไม่อดอยากเหมือนกับภูตผีวิญญาณประเภทอื่น
ลักษณะของนางตานี
เจริญ อินทรเกษตร ได้มีการบรรยายรูปพรรณของนางตานีเอาไว้อย่างน่าสนใจ ในสารานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถานเล่มที่ 13 ว่า นางตานีเป็นผีพราย ที่รู้จักกันดีของคนรุ่นเก่า เชื่อกันว่ามีรูปร่างหน้าตางดงาม กลิ่นตัวหอม ฝ่ามือและฝ่าเท้ามีสีแดงอ่อนคล้ายกับนกพิราบ ริมฝีปากแดงเหมือนกับลูกตำลึงสุก รูปร่างของนางตานีจะขึ้นอยู่กับลักษณะของต้นกล้วย หากมีลำต้นอวบ นางตานีก็จะมีรูปร่างท้วม แต่ถ้าหากลำต้นโปร่ง นางตานีก็จะมีรูปทรงฉลวยสวยงาม นอกจากนี้สีของเครื่องนุ่มห่มของนางตานีจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามอายุของต้นกล้วยตานีอีกด้วย
เมื่อนางตานีปรากฏตัวขึ้นในความฝัน แล้วใจอ่อนยอมเป็นเมีย และมีสัมพันธ์สวาทกับชายใด ชายคนนั้นห้ามมีเมียอีกอย่างเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นอาจทำให้เกิดอันตรายกับตัวเอง แต่ถ้าหากอยากมีเมียอีกต้องขออนุญาตจากนางตานีเสียก่อน หากนางตานีอนุญาตก็จะสามารถมีเมียเพิ่มได้ หนำซ้ำจะช่วยส่งเสริมเพื่อให้ความต้องการดังกล่าวสำเร็จได้อย่างง่ายดายมากขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องยกให้นางตานีเป็นเมียหลวง และให้เมียมนุษย์เป็นน้อยเสมอ
นางตานี กับความเชื่อในประเทศจีน
ในประเทศจีนเองก็มีความเชื่อเกี่ยวกับนางตานีเช่นกัน ตามตำราการบันทึกของลัทธิเต๋าพบว่า นางตานีของจีนมีลักษณะเป็นหญิงสาวแต่งกายด้วยชุดสีแดง ที่มักมากในกามคอยชาวหนุ่มมาเยือนอยู่ที่ต้นกล้วย แต่ในประเทศจีนไม่มีการนำนางตานีมาเป็นภรรยา สำหรับการปราบนางตานีของจีนจะเป็นการขุดเอาต้นกล้วยตานีออกมาทั้งต้น แบบถอนรากถอนโคน แล้วทำการสะกดวิญญาณเอาไว้ในต้นกล้วย ก่อนที่จะนำไปเผาทำลายเพื่อเป็นการปราบให้สิ้นซาก
การปรากฏตัวของนางตานี
การเรียกนางตานีให้ปรากฏกายออกมาให้เห็นนั้นมีหลายความเชื่อ ดังต่อไปนี้
1.ชายที่ต้องการพบนางตานีปัสสาวะรดต้นกล้วยตานี
เชื่อกันว่าหากชายใดต้องการเรียกหานางตานี ให้ทำการปัสสาวะรดโคนต้นกล้วยตานีที่กำลังออกปลีอ่อนใหม่ๆ
2.ชายที่ต้องการพบนางตานีให้ใช้ของลับถูกับโคนต้นกล้วยตานี
เป็นวิธีการเรียกหานางตานีที่มีความฮาร์ทคอร์มากขึ้น โดยการให้ผู้ชายน้ำของลับไปถูที่โคนต้นกล้วยตานี เพื่อให้นางตานีเกิดแรงเสน่ห์หา อยากที่จะปรากฏกายให้เห็น
3.ชายที่ต้องการพบนางตานีให้ทำพิธีเซ่นวัก
เป็นความเชื่อของชาวภาคใต้ ชายที่ต้องการพบนางตานี้ ต้องทำพิธีเส้นวักโดยใช้สิ่งของเซ่นไหว้เหมือนกับที่ใช้ในพิธีบูชานางตานี ดั่งที่จะกล่าวถึงในหัวข้อต่อไป เริ่มจากการทำความสะอาดรอบๆต้นกล้วย โดยจะต้องทำพิธีเป็นประจำทุกคืน พร้อมกับพูดเกี้ยวพาราสีนางตานี้ เหมือนกับการตามตื๊อหญิงสาวไปเรื่อยๆจนกว่านางตานีจะใจอ่อนปรากฏกายออกมาให้เห็น หลังจากนั้นให้ทำการเฉือนเอาตอนโคนกล้วยที่มีลักษณะคล้ายเหง้า นำมาแกะสลักให้เป็นรูปร่างของผู้หญิงใส่ในภาชนะเก็บเอาไว้ และทำการเซ่นไหว้วักเป็นประจำทุกเช้า-เย็น จนกว่านางตานีจะปรากฏตัวขึ้นในฝัน
4.นางตานีปรากฏตัวต่อหน้าชายหนุ่มที่พึงพอใจ
ในบางครั้งนางตานีบางตนอาจมีการพึงพอใจชายหนุ่มบางคน จึงได้แสดงตนให้เห็นพูดคุยกัน หรือติดตามชายหนุ่มไปอยู่ด้วยที่บ้าน ทำให้เกิดเหตุการณ์ประหลาดเกี่ยวกับการหายตัวไปของชายหนุ่มหลายรายในประเทศไทย ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แล้วมักไปพบที่ดงกล้วยตานี ด้วยสภาพที่อิดโรยไร้เรี่ยวแรง พร้อมกับคำบอกเล่าว่าพวกเขาได้พบกับหญิงสาวสวยพร้อมกับได้มีสัมพันธ์สวาทระหว่างกัน
นางตานี กับ พิธีบูชาต้นกล้วยตานี
จากความเชื่อของคนโบราณว่าต้นกล้วยตานี คือ สถานที่สิงสถิตของนางตานี ทำให้หลีกเลี่ยงการปลูกเอาไว้ใกล้กับบ้าน และมีกฎในการนำเอาใบตองมาใช้ ด้วยการตัดเอามาเพียงใบตอง หรือหักก้านเสียก่อน ห้ามนำมาใช้ทั้งหมด เพราะถือว่าการทำเช่นนั้นจะเป็นลางร้าย นางตานีที่โกรธแค้นจากการถูกรบกวนจะสาปแช่งทำให้คนในบ้านมีอันเป็นไปในไม่ช้า ซึ่งความเชื่อดังกล่าวอาจมาจากการที่สมัยก่อนนั้น มักใช้ก้านกล้วยตานีสามใบในการรองก้นของโลงศพนั่นเอง
หากต้นกล้วยตานีเกิดการออกปลี จะมีพิธีกรรม “พลีพรายตานี” หรือ “พิธีเซ่นวัก” โดยมีเครื่องเซ่นได้แก่ หัวหมู่บายศรี สำหรับอาหารคาว-หวานขนมต้มแดงต้มขาว ข้าวตอก ดอกไม้ ธูปเทียน น้ำหอม เครื่องหอม แป้งกระจาะจันทร์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการนำเอาสร้อย แหวนทองคำไปคล้องที่วงปลีกล้วยเหมือนกับเครื่องประดับ พร้อมกับนำผ้าสีแดง หรือสีอื่นมาคล้องพันรอบต้นกล้วยตานี พิธีดังกล่าวมีขึ้นเพื่อเป็นการขอพรให้นางตานีคุ้มครองรักษาคนในบ้าน ช่วยเสริมสิริมงคลโชคลาภ หรือในบางครั้งอาจมีการนิมนต์พระสงฆ์ไปสวดทำบุญอีกด้วยเมื่อทำพิธีเสร็จแล้ว หากต้นกล้วยตานีออกปลีที่กลางต้นเชื่อว่าได้มีผีพรายตานีสถิตอยู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อีกวิธีหนึ่งในการสังเกตว่าต้นกล้วยตานีต้นใดมีนางตานีสิงสถิตอยู่ ให้สังเกตต้นกล้วยที่มีลักษณะสูงใหญ่ที่สุดในดงกล้วย หากมีการออกเครือกล้วยที่แปลกประหลาดผิดจากธรรมชาติ แตกหน่อผิดธรรมชาติ มักเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าต้นกล้วยต้นนั้น กลายมาเป็นที่พำนักของนางตานีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นางตานี กับอำนาจมหาเสน่ห์ และเสริมโชคลาภ
หลังจากที่ทำพิธีพลพรายตานีเสร็จแล้ว ในบางครั้งหมอที่ทำที่ทำพิธีจะนำดอกภายในปลีกล้วยตานีไปตากแดดจนแห้ง จากนั้นนำมาบดให้เป็นผงนำไปสมกับผงของดินสอขาวลงยันต์ แล้วนำไปใช้เพื่อให้เกิดเสน่ห์ เมตตามหานิยมด้วยการนำมาผสมกับแป้งผัดหน้า หรือในบางครั้งอาจนำเอาดอกในปลีกล้วยตานีไปใส่ไว้ในตลับขี้ผึ้งทาปากที่ได้รับการปลุกเสก หลังจากนั้นหากใครนำขี้ผึ้งทาปาก เมื่อพูดจาจะทำให้มีแต่คนรัก ผู้ใหญ่เมตตา หรือทำให้เกิดความเสน่ห์หาจากเพศตรงข้าม
นอกจากนี้ ยังมีความเชื่ออีกว่าหากชายใดอยู่กินกับนางตานี จนกระทั่งกล้วยตานีออกลูก ออกเครือ ออกหวีกล้วยแล้ว นางตานีจะมาลาสามีเพื่อไปเกิด ซึ่งเครือกล้วย ผล และเมล็ดของนางตานีตนนั้น จะกลายเป็นของวิเศษที่ช่วยเสริมโชคลาถให้กับผู้ที่ครอบครองอย่างยิ่ง เพราะเชื่อว่าสิ่งเหล่านั้น คือสิ่งที่นางตานีตั้งใจทิ้งเอาไว้ให้กับชายคนรักของตนเองนั่นเอง
นางตานี เป็นอันตรายกับมนุษย์หรือเปล่า!?
โดยพื้นฐานแล้วเชื่อกันว่านางตานี้เป็นผีดี ที่คอยให้คุณกับคนที่คอยบูชา หรือให้ลาภกับเจ้าของบ้านที่ต้นกล้วยตานียืนต้นอยู่ อย่างไรก็ตามคนโบราณเชื่อว่า ชายใดที่ได้ผีนางตานีมาเป็นภรรยาสุดท้ายแล้วมักที่จะมีอันเป็นไป เป็นเพราะพลังชีวิตของทั้งสองฝ่ายเกิดการถ่ายทอดไปยังกันและกันเพื่อให้เกิดความสมดุลตามธรรมชาติ ทำให้ฝ่ายชายที่เป็นผู้ถ่ายทอดพลังชีวิตให้กับนางตานีจึงเป็นอันตราย โดยจะเริ่มมีอาการทางกายภาคให้สังเกตเห็นได้ เช่น ร่างกายซูบผอม แก้มตอบ คล้ายกับคนอดอาหาร นอกจากนี้ยังเชื่อว่านางตานี ยังมีลักษณะความหึงหวงรุนแรง หากมีภรรยาใหม่โดยไม่ได้ขออนุญาตก็จะถูกตามไปหักคอ แต่ผีนางตานีก็ค่อนข้างที่จะมีจิตเมตตาพอสมควร ถ้าหากใครที่ทำผิดกับนางตะเคียนหากเล็กน้อยก็ยังพอที่จะขอขมาราโทษ เพื่อให้นางตานียกโทษให้ได้ด้วยเช่นกัน
การป้องกันตัวเอง และการรับมือกับนางตานี

นางตานี สามารถขับไล่ได้จากการนิมนต์พระภิกษุ หรือเชิญหมอผีที่มีวิชาอาคมแก่กล้า เพื่อทำพิธีกรรมให้ทั้งคู่แยกขาดออกจากกันในฐานะของผัวเมีย และหลังจากนั้นก็จะทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศล เพื่อช่วยให้นางตานีไปสู่สุคติอย่างรวดเร็วมากขึ้น
นางตานี กับวิทยาศาสตร์
สำหรับสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้ต้นกล้วยตานีกลายมาเป็นหนึ่งในสิ่งลี้ลับที่น่าหวาดกลัว มีผู้ที่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกิดขึ้นจากลักษณะทางกายภาพของต้นกล้วยตานี ที่มีความสูงเต็มที่เกือบ 4 เมตร เมื่อเกิดขึ้นรวมกันเป็นดง ทำให้เกิดแสงสลัวเพราะแสงแดดถูกบดบังจนเกือบหมด ทำให้เกิดบรรยากาศที่วังเวง ชวนให้รู้สึกขนลุก ทำให้เกิดความเชื่อในเรื่องของผีนางตานีขึ้นมา นอกจากนี้ต้นกล้วยตานียังเป็นกล้วยขนาดใหญ่ เติบโตได้อย่างรวดเร็ว ทำให้กินพื้นที่ในการปลูกมาก ทำให้อาจเป็นหนึ่งกุศโลบายของคนในสมัยก่อนที่ใช่นางตานี มาเป็นความเชื่อเพื่อป้องกันไม่ให้ทำการปลูกใกล้บ้านนั่นเอง
บทสรุปส่งท้าย : นางตามี ภรรยาจากโลกหลังความตาย
นางตานี... เป็นกรณีศึกษาที่ช่วยตอกย้ำคำว่า “คนควรอยู่ส่วนคน ผีควรอยู่ส่วนผี” ได้เป็นอย่างดี เพราะแม้ว่านางตานีจะมีรูปร่างหน้าตาที่สวยงามชวนหลงใหลสักเพียงใด แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นเพียงภรรยาในโลกแห่งจินตนาการที่พบกันได้เพียงในความฝันเท่านั้น และในบางครั้งอาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นจนอาจกลายเป็นโศกนาฎกรรมแห่งความรักขึ้นได้อย่างไม่ทันรู้ตัว...








