ทอมมี่ น็อคเกอร์ (Tommyknockers) ผู้พิทักษ์ปริศนาของคนงานเหมือง ที่เป็นได้ทั้งความดีและชั่วร้ายแห่งประเทศอเมริกา

การทำเหมืองแร่เป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมอย่างมากในทวีปอเมริกาในสมัยก่อน ส่วนหนึ่งมาจากกระแสการตื่นทองและอัญมณีมีค่า ทำให้มีผู้คนมากมายยอมทำงานที่แสนหนักหนา แถมยังอันตรายอยู่ใต้พื้นดินอันมืดมิด
ท่ามกลางความมืดและใต้พื้นโลกที่เต็มไปด้วยความลึกลับเองก็มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติมากมาย แต่ที่น่าสนใจมากที่สุดคือเรื่องราวของ “ทอมมี่ น็อคเกอร์” (Tommyknockers)
ลักษณะของทอมมี่ น็อคเกอร์

เชื่อกันว่าทอมมี่ น็อคเกอร์สูงประมาณหนึ่งเมตร มีร่างกายเป็นสีเขียว ลักษณะดูคล้ายกับเด็กผู้ชาย สวมชุดคนงานเหมืองสมัยก่อน พวกมันอาศัยอยู่ใต้พื้นดิน และเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติที่เป็นได้ทั้งความดีและความชั่ว แต่ส่วนใหญ่แล้วทอมมี่ น็อคเกอร์มักจะเพียงเล่นตลกกับคนงานเหมืองด้วยการขโมยเครื่องมือทำเหมืองและอาหารที่เจ้าของไม่ได้เฝ้าระวังให้ดี
ความเชื่อของชาวเหมืองเกี่ยวกับทอมมี่ น็อคเกอร์

ชาวไอริสเรียกทอมมี่ น็อคเกอร์ว่า “Leprechauns” ในขณะที่ชาวเยอรมันเรียกว่า “Bergmännlein” ที่มีความหมายถึง “ภูติภูเขา” หรือ “คนงานเหมืองตัวน้อย”
ชาวคอร์นิชเชื่อว่าที่จริงแล้วทอมมี่ น็อคเกอร์ คือวิญญาณของชาวยิวที่ได้ตรึงร่างของพระเยซูคริสต์เอาไว้กับไม้กางเขน หลังจากนั้นก็ถูกชาวโรมันจับมาทำงานเป็นทาสในเหมืองดีบุก แถมความเชื่อดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนจากข้อเท็จจริงที่ว่า ไม่เคยมีใครยินเสียงของเหล่าทอมมี่ น็อคเกอร์ในวันเสาร์หรือช่วงวันเทศกาลของชาวยิว!?
ชื่อทอมมี่ น็อคเกอร์ ได้มาจากเสียง “เคาะกำแพงเหมือง” ที่มักเกิดขึ้นก่อนที่คนงานจะเข้าไปในอุโมงค์ หลายคนเชื่อว่าเสียงเคาะเหล่านี้เป็นการมุ่งร้าย เป็นลางสังหรณ์ที่จะเกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตขึ้นในเวลาไม่นานหลังจากนั้น
ในขณะที่คนอีกจำนวนมากกลับมองตรงกันข้าม พวกเขาเชื่อเสียงเคาะมีความหมายที่ดี เสียงนั้นจะนำทางพวกเขาไปพบกับสายแร่มีค่าหรือเป็นสัญญาณแห่งความโชคดี
อย่างไรก็ตาม ทอมมี่ น็อคเกอร์ เป็นได้ทั้งฝ่ายดีและชั่วร้าย ถ้าหากเป็นฝ่ายดี พวกเขาก็จะมอบความมั่งคั่งให้กับคนงานเหมืองที่ตัวเองชื่นชอบ แต่ถ้าหากเป็นฝ่ายชั่วร้าย ก็เชื่อกันว่าทอมมี่ น็อคเกอร์จะนำพาความทุกข์ยาก อาการบาดเจ็บและความตายมาให้กับคนที่สงสัยหรือไม่เชื่อในอำนาจเหนือธรรมชาติของพวกมัน
ด้วยเหตุผลนี้เอง ที่ทำให้ทอมมี่ น็อคเกอร์ ได้มีบทบาทที่หลากหลาย ถ้าหากเมื่อไหร่อุปกรณ์หายไป คนงานเหมืองก็จะกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือการเล่นตลกของทอมมี่ น็อคเกอร์ แต่ถ้าหากเมื่อไหร่ที่คนงานเหมืองรอดตายจากเหมืองถล่ม ทอมมี่ น็อคเกอร์ก็จะได้รับเครดิตว่าเป็นผู้ช่วยชีวิตเช่นกัน!
บางกรณี ทอมมี่ น็อคเกอร์ก็ปรากฏตัวพร้อมกับความมุ่งร้ายอย่างชัดเจน ถึงขนาดที่ทำให้เหมืองที่มีทอมมี่ น็อคเกอร์ที่ชั่วร้ายต้องถูกปิดอย่างไม่เต็มใจนัก เพราะคนงานเหมืองหวาดกลัวทอมมี่ น็อคเกอร์ เมื่อไหร่ก็ตามที่เหมืองดังกล่าวเปิดอีกครั้ง ก็จะยังคงเกิดเรื่องราวเหนือธรรมชาติมากมายขึ้นเหมือนเดิม แถมอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงมากขึ้นจนถึงขั้นมีคนงานเสียชีวิตหรือเสียงเคาะของทอมมี่ น็อคเกอร์ ไปดังขึ้นในบ้านของคนทำงานในเหมือง เป็นต้น
ทอมมี่ น็อคเกอร์ กับความเชื่อที่ถูกส่งผ่านจากทวีปยุโรปสู่อเมริกา

เรื่องราวของทอมมี่ น็อคเกอร์ เริ่มเป็นที่รู้จักกันครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา ในปี 1820 เมื่อคนงานเหมืองถ่านหินทางตะวันตกของรัฐเพนซิลเวเนีย ณ ช่วงเวลานั้นเกิดกระแสการตื่นตัวขุดหาทองกันเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้ดูแลเหมืองต้องการคนงานเป็นจำนวนมาก วิธีการเพิ่มคนงานของพวกเขาก็คือให้คนงานชักชวนญาติจากประเทศอังกฤษให้เข้ามาทำงาน ในไม่ช้าจึงมีผู้คนอพยพเข้ามาทำเหมืองเป็นจำนวนมาก
ผู้อพยพเหล่านี้ มักถูกเรียกด้วยสมญานามว่า “Cousin Jack” และเป็นกำลังหลักสำคัญของคนงานเหมืองในทางตะวันตกของทวีปในยุคแรก สิ่งนี้เองที่ทำให้ความเชื่อเกี่ยวกับทอมมี่ น็อคเกอร์ ได้เริ่มแพร่กระจายออกไปทั่วชุมชนชาวเหมืองในทิศตะวันตกด้วยเช่นกัน
ต่อมาตำนานของทอมมี่ น็อคเกอร์ ได้พัฒนามากขึ้นจนกลายมาเป็นความเชื่อที่ว่าเสียงเคาะปริศนานั้นเกิดขึ้นจากมือของคนงานเหมืองที่เสียชีวิต ที่ใจดีพอจะมาช่วยเตือนคนงานเหมืองให้รับรู้ถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น และเพื่อเป็นการตอบแทน คนงานเหมืองก็จะทิ้งเครื่องเซ่นไหว้ อาหารและสิ่งของอื่น ๆ เอาไว้ในเหมืองให้กับทอมมี่ น็อคเกอร์ เพื่อเป็นการเอาใจขอให้ทอมมี่ น็อคเกอร์ช่วยคุ้มครองให้สามารถทำงานในเหมืองได้อย่างปลอดภัย
ความเชื่อเกี่ยวกับทอมมี่ น็อคเกอร์ ยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่าการศึกษาสมัยใหม่และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ได้พยายามอธิบายว่าเสียงเคาะของทอมมี่ น็อคเกอร์ ที่จริงแล้วเป็นเสียงดังลั่นเอี๊ยด! ของดินและไม้ในอุโมงค์ และไม่ค่อยมีใครได้ยินเสียงของพวกมันอีก แต่พวกมันก็ยังคงมีตัวตนอยู่ในเรื่องเล่าและตำนานของชาวอเมริกันไปอีกนานแสนนานเลยทีเดียว...
“โทรศัพท์สีดำ” การละเล่นอาถรรพ์ ดินทางไปยังโลกต่างมิติของประเทศญี่ปุ่น

