แม่มดเบลล์ (Bell Witch) ตำนานแม่มดผู้ตามหลอกหลอนจ้องทำลายตระกูล แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา

“แม่มดเบลล์” (Bell Witch) เป็นตำนานแม่มดชวนสยองที่เกิดขึ้นทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐเทนเนสซี ประเทศสหรัฐอเมริกากับครอบครัวตระกูลเบลล์เมื่อกว่า 200 ปี ก่อน แต่ด้วยปริศนาและความลี้ลับของเรื่องราวก็ยังคงทำให้มีผู้คนมากมายยังคงพยายามเสาะหาความจริงทางประวัติศาสตร์ต่อเหตุการณ์ที่เป็นที่รู้จักกันในชื่อของแม่มดเบลล์มาจนถึงปัจจุบัน
เปิดตำนานแม่มดเบลล์

“จอห์น เบลล์” (John Bell) เป็นผู้นำของตระกูลเบลล์ เขาได้ลงหลักปักฐานสร้างครอบครัวในเมืองเล็ก ๆ ที่ชื่ออดัมส์ รัฐเทนเนสซี ในปี 1804 กับภรรยาและลูก ๆ เจสซี, ดรูว์รี, เบนจามิน, ริชาร์ด วิลเลียมส์, โจเอล เอ็กเบิร์ต, จอห์น จูเนียร์, ซาโดก, เอสเธอร์ และเอลิซาเบธ อย่างเงียบสงบ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์วุ่นวายอย่างไม่คาดฝันขึ้นกับครอบครัวนี้
เรื่องราวเหนือธรรมชาติเริ่มต้นขึ้นด้วยการเกิดเสียงแปลก ๆ ขึ้นอย่างกะทันหัน เช่น เสียงเคาะประตู ทุบกำแพงและเสียงขูดขีดเฟอร์นิเจอร์ ไม่นานหลังจากนั้นก็เริ่มมีเสียงโซ่ถูกลาไปตามพื้นบ้าน ก่อนที่สมาชิกในครอบครัวจะพบว่ามีสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้อยู่ในบริเวณบ้าน บางครั้งมันมีลักษณะคล้ายกับสุนัข บางครั้งมันดูคล้ายกับกระต่าย บ้างก็ดูเหมือนกับนกขนาดใหญ่เป็นพิเศษ เมื่อเผชิญหน้ากับพวกมันมีหลายครั้งที่พวกเขาตัดสินใจจะยิงมันทิ้ง แต่สิ่งที่ทำให้ต้องประหลาดใจคือเมื่อจะทำเช่นนั้นพวกมันกลับหายตัวไปอย่างลึกลับ?
แม้แต่ทาสของตระกูลเบลล์เองก็ถูกสิ่งเหนือธรรมชาติหลอกหลอน ทาสบางคนอ้างว่ามีหมาป่าหรือสุนัขสีดำไร้หัวติดตามภรรยาของเขาหลายต่อหลายครั้ง เมื่อเรื่องราวหนักข้อเข้า ทาสคนเดิมยังว่าเขาถูกแปลงร่างให้กลายเป็นล่อแล้วถูกแม่มดคนหนึ่งตามไล่ล่าทำให้เขาจำเป็นต้องพกขวานติดตัวเอาไว้ตลอดเวลา พร้อมกับเครื่องรางที่ภรรยาทำให้เพื่อปกป้องตัวเองจากสิ่งชั่วร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในฟาร์มของตระกูลเบลล์ในตอนกลางคืน
“เอลิซาเบธ” ลูกสาวของตระกูลเป็นคนแรกที่ได้เห็นบางสิ่งที่ดูคล้ายกับมนุษย์มากกว่าสัตว์ เธอเห็นเด็กผู้หญิงสวมชุดสีเขียวทั้งตัวคนหนึ่งกำลังแกว่งตัวไปมาจากกิ่งก้านของต้นโอ๊กนอกบ้าน ซึ่งในช่วงเวลานี้เองที่เหตุการณ์เลวร้ายต่าง ๆ เริ่มเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
จอห์นเริ่มแสดงอาการอัมพาตในช่องปาก ในขณะที่สมาชิกครอบในครอบครัวถูกดึงเครื่องนอน ผิวหนังถูกข่วน ผมถูกกระชากและเอลิซาเบธต้องทนทุกข์ทุกทรมานจากการถูก “ล่วงละเมิดยามราตรี” จนกระทั่งร่างกายของเธอเต็มไปด้วยร่องรอยฟกช้ำมากมาย ด้วยฝีมือของ “แม่มด” ที่บอกว่าครั้งหนึ่งมันเป็นวิญญาณที่มีความสุข แต่เมื่อถูกรบกวนจึงดุร้ายมากขึ้น
ด้วยข้อมูลดังกล่าว จอห์นจึงได้ตัดสินใจขอความช่วยเหลือจาก “เจมส์ จอห์นสตัน” (James Johnston) เพื่อนเก่าแก่ผู้ที่สามารถสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่หลอกหลอนในบ้านหลังจากเข้ามาอาศัยอยู่ สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้เขามั่นใจมากขึ้นว่าเหตุการณ์แปลก ๆ ทั้งหมดเป็นฝีมือของวิญญาณร้าย
ไม่นานหลังจากนั้น เรื่องราวของแม่มดที่ตามหลอกหลอนตระกูลเบลล์ก็ได้กลายมาเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงกันไปทั่วเมือง ผู้คนทั่วทั้งรัฐทางตอนใต้และบริเวณใกล้เคียงได้พากันมาที่บ้านของพวกเขาโดยหวังว่าจะมีโอกาสได้เห็นแม่มดเบลล์ด้วยตัวของตัวเองสักครั้ง
สิ่งที่น่าสนใจคือในกลุ่มของผู้ที่เดินทางมาตรวจสอบเหตุการณ์อันน่าพิศวงในครั้งนี้มี “แอนดรูว์ แจ็คสัน” (Andrew Jackson) ผู้ที่ได้กลายมาเป็นประธานาธิบดีในอนาคตอยู่ด้วย เนื่องจากลูกชายคนโตสามคนของตระกูลเบลล์รับราชการทหารภายใต้การดูแลของเขา เมื่อข่าวลือมาถึงเขากับกองกำลังจึงได้เดินทางมาทำการตรวจสอบด้วยตัวเอง แถมยังได้เจอดีจากการถูกแม่มดเยาะเย้ย จับล้อรถให้นิ่งจนไม่สามารถเคลื่อนที่ได้สร้างความหวาดกลัวฝังลึกลงในจิตใจของทหารกล้าไปอย่างยาวนาน
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าแม่มดจะให้ความโปรดปรานกับ “ลูซี่” ภรรยาของจอห์นมากเป็นพิเศษ ถึงขนาดที่ว่าในวันที่เธอป่วยแม่มดร้องเพลงและคอยดูแลเธอ ในขณะที่ “จอห์น จูเนีย์” แม่มดก็ให้ความเคารพเข้าในระดับหนึ่ง ส่วนสมาชิกคนอื่นต้องทนทุกข์ทรมานกับการกลั่นแกล้งสารพัด โดยเฉพาะกับจอห์นผู้นำของตระกูล
เชื่อกันว่าแม่มดเบลล์นั้นได้มีความพยายามที่จะทำการสังหารเหล่าผู้สูงอายุของครอบครัวนี้มาโดยตลอดผ่านการสาปแช่ง ข่มขู่และสร้างความทุกข์ยากให้อย่างมากมาย จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงวันที่ 20 ธันวาคม 1820 จอห์น เบลล์ก็ได้จากไปอย่างน่าเศร้า แถมยังไม่ได้เป็นการจากไปอย่างเป็นธรรมชาติ
มีการกล่าวหาว่ามีการพบขวดของเหลวสีดำที่ลูกชายของเขาก่อนที่เขาจะเสียชีวิต ว่ากันว่าแม่มดเบลล์ได้บอกกับคนอื่น ๆ ว่ามันเป็นยาพิษที่เธอใช้สังหารจอห์นในระหว่างที่เขาหลับ เพื่อความแน่ใจทางครอบครัวจึงได้ลองให้แมวดื่มของเหลวสีดำดูเพื่อดูว่ามันเป็นยาพิษจริงหรือไม่? และแมวก็ได้เสียชีวิตลงจริง ๆ เมื่อโยนขวดลงไปในกองไฟมันก็ระเบิดกลายเป็นเปลวเพลิงสีน้ำเงิน
ไม่กี่วันต่อมา ในระหว่างงานศพของจอห์น แม่มดก็ยังคงมาร่วมก่อกวนโดยการร้องเพลงที่น่ารังเกียจเป็นการรบกวนเหล่าผู้มาร่วมไว้อาลัยหลายครั้งราวกับมันกำลังเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษด้วยยินดีเป็นอย่างยิ่ง
แม่มดเบลล์ยังดูเหมือนจะแสดงความเกลียดชังการหมั้นหมายระหว่างเอลิซาเบธกับ “โจชัว การ์ดเนอร์” (Joshua Gardner) ไม่กี่สัปดาห์หลังการเสียชีวิตของผู้เป็นพ่อ เธอจึงได้ทำการยุติการหมั้นหมายแบบตลอดกาล หลังจากนั้นเหตุการณ์เหนือธรรมชาติต่าง ๆ ก็ค่อย ๆ ยุติลงตามไปด้วย กระทั่งแม่มดเบลล์ได้กล่าวลาการหลอกหลอนอันแสนยาวนาน แต่ก็ยังสาบานว่าจะกลับมาอีกครั้งเมื่อเวลาผ่านไป 7 ปี
ในปี 1828 เหตุการณ์ประหลาดคล้าย ๆ กันก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คราวนี้ดูเหมือนพวกเขาจะไม่ได้ให้ความสนใจมากนักทำให้การหลอกหลอนค่อย ๆ เบาบางและเงียบหายไปเอง
เชื่อกันว่าในปี 1935 แม่มดเบลล์ได้กลับมาอีกครั้งเพื่อทำการหลอกหลอนทายาทที่มีความใกล้ชิดกับจอห์นมากที่สุด ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใด ๆ ที่พอจะเทียบได้กับที่เคยเกิดขึ้นในช่วงแรกอีกเลย
แม่มดเบลล์คือใคร?

“มาร์ติน วี. อินแกรม” (Martin V. Ingram) เป็นนักเขียนคนแรกที่เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับแม่มดเบลล์ฉบับตีพิมพ์ เขาอ้างว่าตัวจริงของแม่มดเบลล์คือ “แคทเธอรีน “เคท” แบตส์” (Catherine Kate Batts) เพื่อนบ้านของตระกูลเบลล์ที่ครั้งหนึ่งเคยมีเรื่องวิวาทอย่างดุเดือดกับจอห์น เธอเป็นผู้หญิงที่แปลกประหลาดจึงทำให้คนส่วนใหญ่คิดว่าเธอเป็นแม่มด
แต่ในความจริงทางประวัติศาสตร์ดูเหมือนว่าเธอจะมีอายุยืนยาวมากกว่าจอห์นอย่างน้อยก็ 20 ปี ทำให้เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่วิญญาณของเธอจะเป็นผู้ที่คอยหลอกหลอนครอบครัวนี้
[[รีวิวหนังผี แต่ไม่สปอย]] Don't Knock Twice เคาะสองที อย่าให้ผีเข้าบ้าน

![[[รีวิวหนังผี แต่ไม่สปอย]] Don't Knock Twice เคาะสองที อย่าให้ผีเข้าบ้าน](https://amorerana.com/storage/article/1609304358.png)