บลัดดี้ บิล (Bloody Bill) ผีทหารคลั่งหวนล้างแค้น การเรียกชื่อมันคือความตาย แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา

บลัดดี้ บิล (Bloody Bill) เป็นตำนานเมืองที่น่ากลัวเกี่ยวกับทหารสัมพันธมิตรคนหนึ่งที่มีชื่อว่า “William Anderson” ที่ถูกสังหารในช่วงสงครามกลางเมืองของประเทศสหรัฐอเมริกา เชื่อกันว่าถ้าหากใครเรียกชื่อของเขาซ้ำ 10 ครั้ง ติดต่อกัน บลัดดี้ บิลก็จะกลับมาจากโลกความตายเพื่อล้างแค้น!?
เรื่องราวสยองขวัญของบลัดดี้ บิล

ในช่วงปี 1860 มีชายคนหนึ่งชื่อ “วิลเลียม แอนเดอร์สัน” อาศัยอยู่ในรัฐใสซูรี เขามีภรรยาและลูกชายสองคน ครอบครัวของพวกเขาถือว่าความสุขดี แม้ว่าจะหาเงินได้ไม่มากนัก แต่เขาก็พยายามหาซื้อทุกอย่างที่ครอบครัวต้องการได้อย่างเหมาะสม
เมื่อเกิดสงครามกลางเมือง เขาเลยตัดสินใจว่ามันเป็นหน้าที่ในการต่อสู้ร่วมกับทหารสัมพันธมิตร เขาบอกลาภรรยากับลูกแล้วเดินทางสู่สนามรบ
สถานการณ์รบไม่ค่อยสู้ดีนัก เมื่อกองทหารของเขาถูกผลักดันออกจากมิสซูรี ทำให้ผันตัวมารบแบบกองโจรสู้กับทหารสหภาพ ยิ่งนานวันเข้าทักษะการรบแบบกองโจรก็ทำให้เขากลายมาเป็นหนึ่งในทหารที่เก่งกาจที่สุดของทางใต้ และเป็นผู้นำในการโจมตีหลังแนวข้าศึกเป็นประจำ
ในขณะที่เขากำลังสู้รบก็ได้เกิดโศกนาฎกรรมครั้งแล้วครั้งเล่าขึ้นกับครอบครัวของเขาในแนวหลัง แม่ของเขาถูกฟ้าผ่าตาย ส่วนพี่ชายถูกชาวอเมริกันพื้นเมืองสังหาร ทหารศัตรูจับกุมลุงและลุงของเขามาประหาร พร้อมกับจับกุมน้องสาวอีกสามคนของเขามาขังเอาไว้ จนกระทั่งคืนหนึ่งอาคารถล่มและฆ่าทุกคนที่อยู่ในนั้น!?
ความโศกเศร้าทำให้ภายในใจของเขาถูกผลักดันด้วยความหมกมุ่นอยากล้างแค้นอย่างรุนแรง เชื่อกันว่าสิ่งนี้เองที่ทำให้เขากลายมาเป็นฆาตกรที่โหดเหี้ยมทารุณ เขาออกอาละวาดไปทั่วมิสซูรี ทิ้งร่องรอยของความทรมานและความตายเอาไว้ทุกแห่งที่ผ่านไป เขาสังหารทหารฝ่ายตรงข้ามโดยไม่เลือกวิธีการ ไร้ความเมตตาหรือสำนึกผิด จนกระทั่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “ชายผู้กระหายเลือดมากที่สุดในสงครามและอันตรายที่สุดในอเมริกา”
ชื่องบลัดดี้ บิลได้รับมาหลังจากที่เขาฆ่าผู้ชายคนหนึ่งด้วยการยิงดวงตา ตัดหูและหนังศีรษะออกมา เล่ากันว่าหลังการต่อสู้ทุกครั้งใบหน้าของเขาจะเต็มไปด้วยเลือด พร้อมกับรอยยิ้มที่แสดงความปิติอย่างมากที่ได้สร้างความหวาดกลัว ความทุกข์ทรมานให้กับเหยื่อ ถึงแม้ว่าเขาจะมีพฤติกรรมที่เลวร้ายมาก แต่เขาก็มักที่ให้การช่วยชีวิตเด็กสาวและผู้หญิงเสมอ
ในที่สุดกองทหารสัมพันธมิตรก็หาทางกำจัดพฤติกรรมสังหารหมู่ของเขา โดยจ้างหน่วยสอดแนมให้ทำการติดตามเขาไปเพื่อหาจุดเหมาะสมในการซุ่มโจมตีและมันก็ประสบความสำเร็จ ทหารคนหนึ่งยิงเขาที่ด้านข้างของศีรษะทำให้เขาตกลงจากหลังม้า ขณะนอนอยู่บนพื้นดินพวกนั้นก็รุมล้อมและแทงเขาจนตาย
ทหารกลุ่มนั้นนำร่างของเขาขึ้นหลังมาพากลับไปที่บ้านของเขา ภรรยาและลูกชายทั้งสองที่กำลังรอคอยการกลับมาได้รับร่างไร้วิญญาณ แต่ยังไม่ทันจะได้โศกเศร้าทหารก็ตัดหัวของเขาออกและตัดนิ้วเพื่อขโมยแหวนแต่งงานไปต่อหน้าต่อตาของครอบครัวที่กำลังกรีดร้องด้วยตกใจ!
ภรรยาม่ายที่ได้เห็นฉากสยองต่อหน้ากลายเป็นบ้า และหลังจากนั้น 2-3 วันต่อมา เธอก็แขวนคอลูกชายสองคนกับจันทันบ้านและฆ่าตัวตายตาม!
เริ่มต้นตำนานหลังความตายของงบลัดดี้ บิล

ตำนานเล่าว่าบ้านหลังเก่าของงบลัดดี้ บิลยังคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้และวิญญาณที่ไม่เคยสงบของเขาก็ยังคนเดินเตร่ไปมาอยู่ในพื้นที่ชนบทอันห่างไกล พร้อมกับความตั้งใจอย่างแน่วแน่ในการล้างแค้นด้วยร่างกายที่นองไปด้วยเลือด
ถ้าหากใครพูดชื่อของเขา 10 ครั้ง ดัง ๆ ในความมืด เขาก็จะปรากฏตัวให้เห็นที่ปลายเตียงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือด ดวงตาเป็นประกายสีแดงเหมือนปีศาจ เขาจะยืนรอยอย่างเงียบงันรอจนกระทั่งผู้เรียกขานตื่นขึ้นมาเห็นเอง หลังจากนั้นก็จะตามล่าและฆ่าผู้เรียกอย่างโหดร้ายทารุณในแบบเดียวกับที่ตัวเองเคยพบ!!!
เคยมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเด็กวัยรุ่นชาย 4 คน ที่ไปสำรวจซากบ้านเก่าของงบลัดดี้ บิล พวกเขาเดินถือไฟฉายคนละอันผ่านทีละห้องในบ้านและลงไปที่ห้องใต้ดินที่มืดมิด เต็มไปด้วยก้นบุหรี่ ขวดเบียร์เปล่าและขยะอีกมากมาย
คนหนึ่งในกลุ่มสังเกตเห็นว่าผนังสามห้องในชั้นใต้ดินทำด้วยคอนกรีต แต่อีกด้านเป็นไม้เลยลองใช้ไฟฉายกระแทกไม้ปรากฏว่ามันกลวง พวกเขาเลยช่วยกันรื้อออกจนพบว่ามีประตูซ่อนอยู่ด้านหลัง เมื่อเข้าไปในห้องลับ ข้างในนั้นมีถังไม้อยู่มุมห้อง เมื่อส่องไฟฉายดูก็ต้องพากันถอยหลังด้วยความสยดสยองเพราะมันเต็มไปด้วยนิ้วมือและศีรษะมนุษย์ที่ถูกตัดขาด ด้วยความตกใจพวกเขาเลยพากันวิ่งหนีออกมา
เช้าวันรุ่งขึ้น ตำรวจได้เข้ามาปิดกั้นพื้นที่บ้านและทำการสอบสวนจนกระทั่งพบว่าชิ้นส่วนต่าง ๆ น่าจะมาจากร่างกายของมนุษย์นานประมาณ 2 เดือน เป็นของชาอายุประมาณ 25 ปี ไม่สามารถระบุตัวตนของผู้ตายได้และคดีก็ไม่เคยได้รับการคลี่คลายมาจนถึงปัจจุบัน....
ซาชิกิ วาราชิ (Zashiki warashi) ผีเด็กผู้พิทักษ์บ้านเรือน สิงสู่อยู่เจริญรุ่งเรือง หากขับไล่ความพินาศมาเยือนแห่งประเทศญี่ปุ่น

