โบลลิ่ง ฮอลล์ (Bolling Hall) สถานที่ชุมนุมของเหล่าภูตผีที่ไม่ยอมไปเกิด ประเทศอังกฤษ

โบลลิ่ง ฮอลล์ (Bolling Hall) ตั้งอยู่ ณ ลางเมืองแบรดฟอร์ด เวสต์ยอร์คเชียร์ ประเทศอังกฤษ มันถูกสร้างขึ้นในปี 1086 ในระยะเวลาที่ผ่านมาหลายต่อหลายปีมันได้ถูกเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของมาหลายตระกูลรวมไปถึงตระกูล “โบลลิ่ง” ที่เป็นผู้สร้างหอคอยแห่งแรกให้กับอาคารแห่งนี้ และตระกูล “เทมเปรสต์” ที่ทำการขยายอาคารจนกลายมาเป็นที่พักอาศัยแสนโอ่อ่ามาจนถึงปัจจุบัน
ในปี 1915 โบลลิ่ง ฮอลล์ได้รับการอนุรักษ์เอาไว้ด้วยการขึ้นทะเบียนระดับ 1 เอาไว้และกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ ในฐานะของอาคารที่เคยทำหน้าที่เป็นพยานถึงความวุ่นวายมากมายในประวัติศาสตร์ของประเทศอังกฤษ โดยเฉพาะบทบาทสำคัญในฐานะของฐานที่มั่นของราชวงศ์ในการปิดล้อมแบรดฟอร์ด
ประวัติศาสตร์ผีสางที่น่าสนใจของโบลลิ่ง ฮอลล์

เรื่องเล่าเหนือธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของโบลลิ่ง ฮอลล์เกี่ยวกับหญิงสาวในชุดขาวที่ล่องลอยอย่างเงียบงันข้ามห้องก่อนที่จะหายวับลับไปในเตาผิง ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวดูเหมือนจะมีมาตั้งแต่ช่วงปี 1643 ในระหว่างการปิดล้อมแบรดฟอร์ด เมื่อเอิร์ลแห่งนิวคาสเซิล ผู้บัญชาการฝ่ายนิยมกษัตริย์ได้พักค้างคืนที่นี่แล้วตื่นขึ้นมาเห็นร่างหลอน ๆ ของผู้หญิงในชุดขาวกำลังดึงผ้าปูที่นอนออกจากเตียงพร้อมกับวิงวอนให้เขามีเมตตาต่อแบรดฟอร์ดผู้น่าสงสาร ประสบการณ์น่าสะพรึงกลัวดังกล่าวทำให้เขาละทิ้งแผนสังหารหมู่ ซึ่งเป็นการช่วยชีวิตผู้คนเอาไว้ได้เป็นจำนวนมาก
บริเวณบันไดหลักของโบลลิ่ง ฮอลล์เองก็มีเรื่องราวเหนือธรรมชาติเกิดขึ้น หลายคนยอ้างว่ารู้สึกไม่สบายใจอย่างมากเมื่อต้องอยู่เพียงลำพังในบริเวณนี้ ราวกับว่ามีดวงตาที่มองไม่เห็นกำลังเฝ้ามองพวกเขาอยู่ ยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับคนที่ถูกมือที่มองไม่เห็นผลักตกบันไดอีกด้วย
มีเรื่องราวเกี่ยวกับกลิ่นของควันที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ ทั้งที่โบลลิ่ง ฮอลล์มีกฎที่เข้มงวดไม่ให้สูบบุหรี่ รวมไปถึงการพบเห็นร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นของ “แคโรไลน์ วูด” กำลังเดินขึ้นบันไดและเคลื่อนไหวอย่างสง่างามไปตามบริเวณชั้นพัก สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้อาคารโบลลิ่ง ฮอลล์เต็มไปด้วยบรรยากาศที่แสนลึกลับมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ผู้ที่มาเยี่ยมชมโบลลิ่ง ฮอลล์มักกล่าวถึงเสียงลากของที่น่ารำคาญดังไปทั่วทั้งห้องโถงราวกับมีวัตถุที่มองไม่เห็นถูกลากอยู่บนระเบียงด้านบน บ้างก็มีการพบเห็นเงาร่างของผีที่ล่องลอยอยู่เงียบ ๆ ก่อนหายไปในห้องข้าง ๆ อย่างไร้ร่องรอย
ห้องสีน้ำเงิน เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เกิดเหตุการณ์อาถรรพ์ขึ้นบ่อยครั้ง ผู้ที่มาเยือนอ้างว่ารู้สึกราวกับถูกจับจ้องของบางสิ่งที่ดูเหมือนพร้อมจะคุกคามพวกเขาซึ่งซ่อนตัวอยู่ภายในห้อง อีกทั้งยังมีเรื่องเล่าถึงการปรากฏตัวของผีหลายครั้ง เข่น ชายที่สวมเสื้อคลุมสีดำยาว หญิงที่ดูเคร่งขรึมจากยุควิกตอเรียผู้ปรากฏตัวอย่างเงียบ ๆ ลูกบิดประตูของห้องนี้ยังเป็นที่เล่าลือว่าสามารถบิดเอง
ห้องเด็กอ่อนเองก็มีรายงานนับไม่ถ้วนเกี่ยวกับเปลเด็กที่โยกไปมาด้วยตัวเองอย่างน่าขนลุกราวกับมันถูกแกว่งด้วยมือที่มองไม่เห็น ยังมีรายงานการพบเห็นภาพหลอนของผู้หญิงที่ตกใจกลัวกำลังอุ้มทารกอยู่ เสียงของผีทารกที่ร้องไห้จ้าในห้องที่ว่างเปล่าเองก็สามารถสร้างความสะเทือนขวัญเป็นอย่างมากเช่นกัน
แม้แต่ห้องพักของพนักงานเองก็มีรายงานเรื่องน่าขนลุก ทั้งผู้ที่มาเยี่ยมชมและพนักงานเองก็อ้างว่าเคยได้ยินเสียงร้องไห้ของผู้หญิงด้วยความเศร้าโศก ประตูห้องสั่นอย่างรุนแรง มีเสียงกระซิบที่ลอยผ่านห้องที่ไม่มีใครสามารถจับประเด็นได้
ห้องนิทรรศการเองก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับผีผู้หญิงคนหนึ่งที่ปรากฏตัวในชุดเสื้อผ้าสมัยก่อน เธอมักจะนั่งอย่างสงบนิ่งอยู่บนเก้าอี้ ราวกับตัวเองยังคงเป็นส่วนหนึ่งในโลกของเหล่าคนเป็น
อังโก (Ungo) อมนุษย์ผู้ถูกความชั่วสิงสู่ให้กลายร่างออกล่าผู้คน แห่งประเทศฟิลิปปินส์

