“แฟนหนุ่ม” ตำนานเมืองสยองขวัญของประเทศสหรัฐอเมริกา จากการเดินทางบนเส้นทางที่เปล่าเปลี่ยวไร้ผู้คนอาจเป็นฝันร้าย

“แฟนหนุ่ม” เป็นตำนานเมืองสยองขวัญของประเทศสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับคู่รักหนุ่มสาวที่ขับรถตอนกลางคืน แต่โชคร้ายที่น้ำมันหมดในพื้นที่อันห่างไกลจากผู้คน
เรื่องราวเขย่าขวัญของตำนานเมืองของประเทศสหรัฐอเมริกา

คู่นักหนุ่มสาวพากันขับรถไปตามถนนที่ห่างไกลผู้คนในตอนกลางคืน ท่ามกลางความมืดมิดในที่สุดพวกเขาก็ตระหนักได้ว่ากำลังหลงทางและผ่านป่าทึบที่ไม่รู้จัก
ทันใดนั้นเอง เครื่องยนต์ของรถเริ่มติดขัดกระทั่งดับลง เมื่อชายหนุ่มมองไปที่มาตรวัดน้ำมันปรากฏว่ามันว่างเปล่า เขาพยายามบิดกุญแจ แต่ไม่ว่าจะกี่ครั้งเครื่องยนต์ก็สตาร์ทไม่ติด
แฟนสาวเริ่มตื่นตระหนก เพราะเวลาล่วงผ่านถึงเที่ยงคืน อีกทั้งพวกเขายังติดอยู่ในสถานที่ห่างไกลจากผู้คนและห่างไกลจากบ้านมากยิ่งกว่า แฟนหนุ่มลงจากรถหันไปมองรอบ ๆ ที่มีแต่ต้นไม้ ดูเหมือนว่าจะไม่มีบ้านเรือนผู้คนอยู่ในระยะทางหลายกิโลเมตร
เธอตกใจมาและขอให้แฟนหนุ่มทำอะไรสักอย่าง เขาเลยตัดสินใจว่าจะเดินกลับไปทางหลวงสายหลักเพื่อขอความช่วยเหลือ โดยให้หญิงสาวรออยู่บนรถล็อกประตูจนกว่าเขาจะกลับมา ถึงแม้เข้าจะพยายามปลอบโยนว่าไม่มีอะไรต้องกลัว แต่เธอก็เห็นร่องรอยความกังวลบนใบหน้าของเขา
เขาจูบลาและออกเดินไปตามถนน เธอเฝ้ามองเขาเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ และในที่สุดก็หายตัวไปในความมืด...
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง หญิงสาวนั่งตัวสั่นอยู่ในรถ หวาดกลัวกับทุกเงาที่เห็น และทุกเสียงที่ได้ยิน ตอนนั้นเธอเริ่มรู้สึกเหมือนกับว่าแฟนหนุ่มจะไม่มีทางกลับมา
ทันใดนั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงเคาะบนหลังคารถ!?
เธอตื่นตระหนก แต่ก็กลัวเกินกว่าที่จะออกไปดูว่าเป็นเสียงอะไร!? เสียงประหลาดนั้นดังขึ้นบ่อยครั้ง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากซุกตัวอยู่ในรถตลอดทั้งคืนท่ามกลางเสียงเคาะปริศนา จนกระทั่งเผลอหลับไปในที่สุด
เมื่อตื่นขึ้นมา เธอมองนาฬิกาที่บอกว่าเป็นเวลา 09.00 น. แต่เมื่อมองออกไปข้างนอกปรากฏว่าทุกสิ่งทุกอย่างยังมืดสนิท มันทำให้เธอแสนฉงนเพราะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ไม่นานนักเธอก็ได้ยินเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาใกล้ พร้อมกับบีบแตรสามครั้งและมีเสียงตะโกนบอกว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีใครอยู่ในรถหรือเปล่า!?
เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอก เธอร้องตอบไปว่าในรถมีเธอเพียงคนเดียว แฟนหนุ่มออกไปขอความช่วยเหลือและไม่เคยกลับมาอีกเลย
ตำรวจบอกให้เธอใจเย็นเอาไว้ เปิดประตูรถและเดินตรงไปที่เขา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่าหันไปมองข้างหลังอย่างเด็ดขาด เธอทำตามทันทีและก้าวออกไป ตำรวจยังคงย้ำคำเดิม ไม่ให้หันกลับไปมองข้างหลัง แต่จู่ ๆ เธอก็หยุดเดินแล้วหันกลับไปมอง
“อย่ามองข้างหลัง!!!” ตำรวจตะโกนห้ามสุดเสียง
แต่.. มันก็สายเกินไปเสียแล้ว เมื่อเธอหันกลับไปมองที่รถ เธอก็กรีดร้องออกมาด้วยความสยดสยอง
ศพของแฟนหนุ่มของเธอห้อยหัวลงมาจากกิ่งไม้ใหญ่เหนือรถ หัวของเขาถูกตัดขาดออก เลือดจำนวนมหาศาลไหลออกมาจากคอของเขา พวกมันปกคลุมกระจกรถทั้งคันเอาไว้จนหมด...
