คาริกันซารี (Kallikantzaroi) อมนุษย์ผู้ออกอาละวาดในช่วงวันคริสต์มาส และพยายามทำลายโลกในช่วงเวลาที่เหลือของปี ตำนานพื้นบ้านของประเทศกรีก

“ คาริกันซารี” (Kallikantzaroi) เป็นเผ่าพันธุ์ของสัตว์ร้ายในเรื่องเล่าพื้นบ้านของประเทศกรีกและประเทศโดยรอบ พวกมันมีรูปร่างคล้ายกับก็อบลินแต่มีขนาดใหญ่ ขนสีดำ หูและขาเหมือนลา พวกมันเป็นเพศชายเสมอและมักมีอวัยวะเพศขนาดใหญ่มาก คาริกันซารีแต่ละตนจะมีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันออกไปเช่น ตาบอด หูหนวก บางตนก็ตัวเล็ก
การปรากฏตัวและพฤติกรรมของคาริกันซารี

เชื่อกันว่าคาริกันซารีจะปรากฏตัวให้เห็นได้เฉพาะในช่วง 12 วัน ของคริสต์มาสเท่านั้น พวกมันจะพากันคลานออกมาจากอุโมงค์เพื่อสร้างโรคภัยให้กับผู้คน ทำให้คนหวาดกลัว ขโมยอาหาร ปัสสาวะใส่อาหาร และทำเรื่องแสนน่ารำคาญอื่น ๆ อีกมากมาย และมักพากันท่องไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ ด้วยการขี่พาหนะที่เป็นไก่ตัวผู้ขนาดใหญ่
ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม คาริกันซารีทุกตนจะเริ่มตกลงสู่ความบ้าคลั่ง พวกมันจะพากันวิ่งไปรอบ ๆ พร้อมกับใช้กรงเล็บยาวที่แสนแหลมคมโจมตีใส่ผู้คนที่พบหากไม่สามารถตอบคำถามของมันได้
เมื่อถึงช่วงเวลาที่เหลือของปี พวกมันจะใช้เวลาทั้งหมดอาศัยอยู่ลึกเข้าไปใต้พื้นดินเพื่อไปยังต้นไม้โลกที่คอยค้ำจุนโลกเอาไว้แล้วทำการเลื่อยมัน เชื่อกันว่าหากคาริกันซารีทำสำเร็จก็จะทำให้โลกพังทลายลง แต่โชคดีที่เมื่อถึงช่วงคริสต์มาสพวกมันจะลืมเลือนงานที่ทำอยู่แล้วขึ้นมาอาละวาดบนพื้นโลก เมื่อกลับมาอีกครั้งในเดือนมกราคมต้นไม้โลกก็จะฟื้นฟูตัวเองจากรอยเลื่อยจนหายดี ทำให้คาริกันซารีต้องพยายามเลื่อยอีกครั้งอย่างไม่รู้จักจบสิ้น
ต้นกำเนิดของคาริกันซารี

ตามตำนานเชื่อกันว่าเดิมทีคาริกันซารีทุกตนเคยเป็นมนุษย์ ในช่วงศตวรรษที่ 17 กล่าวกันว่าหากมีเด็กชายเกิดระหว่างวันคริสต์มาสอีฟและวันส่งท้ายปีเก่าก็จะมีชะตากรรมที่ต้องกลายมาเป็นคาริกันซารีในที่สุด
เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เด็กที่เกิดในช่วงเวลาดังกล่าวกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้าย ชาวกรีซจึงได้มีพิธีกรรมอุ้มเด็กทารกแรกเกิดเข้าใกล้กองไฟเพื่อให้เปลวเพลิงเผาเท้าของพวกเขา เมื่อฝ่าเท้าไหม้เกรียมก็จะเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้กลายเป็นคาริกันซารีในอนาคต...

