ทะเลสาบซิดนีย์ลาเนียร์ ( Lake Sidney Lanier) ดินแดนมรณะแห่งความตาย ประเทศสหรัฐอเมริกา

ทะเลสาบซิดนีย์ลาเนียร์ ( Lake Sidney Lanier) เป็นอ่างเก็บน้ำที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของรัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกสร้างขึ้นในปี 1956 ครอบคลุมพื้นที่กว่า 150 ตารางกิโลเมตร สถานที่แห่งนี้ได้เกิดเหตุการณ์ฆ่าตัวตาย การหายตัวไปอย่างลึกลับมากมายที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์จนกระทั่งก่อให้เกิดตำนานเมืองขึ้นมากมาย
เรื่องราวความลึกลับของทะเลสาบซิดนีย์ลาเนียร์

ในเดือนเมษายน ปี 1958 เกิดอุบัติเหตุที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เมื่อ “ซูซี่ โรเบิร์ตส์” (Susie Roberts) สูญเสียการควบคุมรถจนชนเข้ากับสะพานแล้วตกลงไปในน้ำบริเวณฐานลาดชันของสะพานที่ลึกกว่า 70 เมตร หนึ่งปีหลังเกิดอุบัติเหตุนักดำน้ำถึงได้ค้นพบร่างของ “เดเลีย เม ปาร์กเกอร์ ยัง” (Delia Mae Parker Young) ซึ่งน่าจะเป็นผู้โดยสารของรถที่เกิดอุบัติเหตุ แต่ก็ยังคงไม่พบร่างของเจ้าของรถแต่อย่างใด
ต่อมาในภายหลังเรื่องราวของอุบัติเหตุก็ทำให้เกิดข่าวลือเกี่ยวกับ “สุภาพสตรีแห่งทะเลสาบ”สวมชุดสีน้ำเงินที่ปราศจากมือ บางครั้งก็จะเห็นเอเดินขึ้นลงตามสะพาน เชื่อกันว่าร่างนั้นน่าจะเป็นของเดเลีย เนื่องจากในคืนที่เกิดเธอได้สวมชุดสีน้ำเงินและตอนที่ถูกค้นพบมือของเธอได้หายไป ดูเหมือนว่าวิญญาณที่ไม่ยอมสงบของเธอกำลังออกค้นหามือที่หายไป
กว่าจะมีการพบร่างของซูซี่เวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงปี 1990 ในขณะที่คนงานกำลังก่อสร้างส่วนขยายของสะพานพวกเขาก็ได้พบกับรถของเธอขณะที่ขุดก้นทะเลสาบเพื่อตั้งเสาหลักสำหรับสะพานใหม่ รถที่เต็มไปด้วยสนิมถูกซ่อนเอาไว้ในโพรงของต้นไม้ ศพถูกย่อยสลายจนเหลือแต่โครงกระดูกจนไม่สามารถระบุตัวตนได้ แต่จากข้าวของและบัตรต่าง ๆ สามารถพิสูจน์ได้ว่าศพนั้นเป็นของซูซี่ที่หายไปอย่างแน่นอน
เดือนมิถุนายน ปี 2012 เกิดอุบัติเรือชนกันที่ทะเลสาบซิดนีย์ลาเนียร์ทำให้เด็กสองคนได้รับบาดเจ็บ หนึ่งในนั้นมีอาการสมองตาย
วันที่ 5 มกราคม ปี 2015 “เคลลี่ แนช” (Kelly Nash) ชายหนุ่มวัย 25 ปี ได้หายตัวไปจากบ้านของตัวเองในเมืองบูฟอร์ด ในช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. เขาตื่นมาพร้อมอาการที่ดูคล้ายกับเป็นไข้หวัดใหญ่ เขาบอกกับแฟนสาวว่ารู้สึกแย่มากและน่าจะไปพบแพทย์ก่อนกลับไปนอน แต่เมื่อถึงเวลาราว 07.30 น. เขากลับหายตัวไปโดยที่ไม่ได้นำกระเป๋าสตางค์ กุญแจรถและบัตรประจำตัวไปด้วย
เวลาล่วงเลยไปถึงช่วงเย็น เธอได้แจ้งกับตำรวจว่าปืนพกขนาด 9 มม. ได้หายไปจากที่เก็บ แต่ข้าวของอื่น ๆ ก็ยังคงอยู่อย่างครบถ้วนนำไปสู่การระดมกำลังออกค้นหาเขาครั้งใหญ่ มีการเสนอรางวัลกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐให้กับผู้ที่สามารถให้เบาะแสใด ๆ ที่นำไปสู่การหาตัวเขาพบได้
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ชาวประมงคนหนึ่งได้บังเอิญพบกับศพที่เน่าเปื่อยในทะเลสาบซิดนีย์ลาเนียร์ ร่างนั้นยังคงสวมชุดนอนตัวเดียวกับในวันที่หายไป ร่างกายโดยรวมไม่มีร่องรอยการได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่มีแผลฉกรรจ์จากกระสุนปืนอยู่ที่ศีรษะ จนถึงทุกวันนี้คดีฆาตกรรมดังกล่าวก็ยังไม่ได้รับการไขให้กระจ่างว่าทำไมเขาถึงได้สวมชุดนอนแล้วออกไปยังทะเลสาบและการเสียชีวิตของเขานั้นเป็นการฆ่าตัวตายหรือไม่?
นอกจากนี้ ชาวประมงในท้องถิ่นยังคงยืนกรานมานานแล้วว่าในทะเลสาบซิดนีย์ลาเนียร์มีปลาดุกขนาดยักษ์ซ่อนตัวอยู่ เชื่อกันว่ามันมีขนาดลำตัวยาวกว่า 5 เมตร สามารถที่จะกลืนกินสุนัขที่เข้าไปใกล้น้ำ บางครั้งมันยังจู่โจมใส่คนที่มาเล่นน้ำในทะเลสาบอีกด้วย แถมเรื่องราวนี้ยังได้รับการยืนยันจากนักประดาน้ำที่มาทำหน้าที่ซ่อมแซมเขื่อนและสะพานว่าได้เห็นปลาขนาดใหญ่จนทำให้นักประดาน้ำหลายคนไม่ยอมกลับไปดำน้ำ ณ ทะเลสาบซิดนีย์ลาเนียร์อีกเลย
เรื่องราวเกี่ยวกับตำนานปลาดุกยักษ์ยิ่งได้รับความสนใจมากขึ้นไปอีกเมื่อมีเรื่องราวเล่าขานต่อกันมาว่าในปี 1890 มีรถบรรทุกไก่เป็น ๆ ตกลงไปในทะเลสาบซิดนีย์ลาเนียร์ นักดำน้ำที่ถูกส่งไปตรวจสอบซากรถพบ “ปลาดุกขนาดใหญ่เท่ากับเด็กอายุ 12 ปี” รวมตัวกันอยู่รอบ ๆ รถบรรทุกพร้อมกับกลืนกินไก่ทั้งตัว รวมไปถึงเรื่องราวของชาวประมงที่ตกได้ปลาขนาดมหึมาที่มันลากเรือทั้งลำไปรอบ ๆ ทะเลสาบ
ไม่ว่าเรื่องราวของอุบัติเหตุ การฆาตกรรมและตำนานเมืองประหลาดเหล่านี้จะเป็นความจริงหรือไม่ แต่พวกมันก็ยังคงเป็นสิ่งที่ทำให้ชาวเมืองต้องหยุดคิดสักนิดก่อนที่จะลงไปเล่นน้ำในทะเลสาบซิดนีย์ลาเนียร์มาจนถึงทุกวันนี้...
“เรดัง” (Redang Island) เกาะต้องสาปที่กระชากวิญญาณทุกคนที่มาเยือน ตำนานเมืองชวนสยองของประเทศมาเลเซีย

