คฤหาสน์ผีสิงมูนีย์ (Mooney’s Mansion) สังหารโหดวิญญาณหลอนแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา

ย้อนกลับไปในปี 1950 ดร.มูนีย์ ได้อาศัยอยู่กับภรรยาและลูกสามคนในบ้านเก่าหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา ครอบครัวของเขาร่ำรวยมาก ชีวิตการแต่งงานเองก็สมบูรณ์แบบ ถึงขนาดที่เขาสร้างรูปปั้นของภรรยาคนงามเอาไว้ในสวนหลังบ้านเลยทีเดียว
ถึงแม้ว่าเขาจะร่ำรวย แต่การลงทุนพลาดพลั้งในตลาดหุ้นหลายต่อหลายครั้งก็ทำให้เขาสูญเสียเงินไปทั้งหมดและเขาก็จมอยู่กับภาวะซึมเศร้าอย่างมาก อีกทั้งยังปฏิเสธการไปพบจิตแพทย์เพราะอายเกินกว่าจะให้เพื่อนบ้านรับรู้
ยิ่งเวลาผ่านไป อาการจิตเภทที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น ในที่สุดเขาก็กลายเป็นคนวิกลจริต อารมณ์เดือดดาล วันหนึ่งเขาหยิบขวานขึ้นมาสังหารลูกและภรรยาในขณะที่พวกเขากำลังนอนหลับอยู่บนเตียงอย่างบ้าคลั่ง!

เขาตัดหัวภรรยาออกและเตะมันให้กลิ้งไปตามพื้นเหมือนกับลูกฟุตบอลตั้งแต่ประตูห้องนอน ลงบันไดบ้าน ออกไปทางหน้าประตูและกลิ้งลงเนินไปจนถึงสะพานคาลูเมต ก่อนจะกลับมานำร่างของภรรยาที่เหลือไปฝังเอาไว้ใต้รูปปั้นของเธอ ณ สวนหลังบ้าน
เพียงเท่านั้นดูเหมือนยังไม่สาแก่ใจ เขานำร่างลูกทั้งสามไปแขวนเอาไว้ที่ด้านข้างของสะพานคาลูเมต ลือกันว่าลูกสาวคนสุดท้องที่ถูกห้อยร่างยังคงกำตุ๊กตาหมีเอาไว้แน่น ในตอนที่เธอถูกผู้เป็นพ่อใช้เชือกรักรอบคอแล้วโยนร่างของเธอลงจากสะพาน
เช้าวันรุ่งขึ้น ชาวบ้านสองสามีภรรยาขับรถผ่านสะพาน แต่เมื่อเข้าไปใกล้สะพานพวกเขาเห็นตุ๊กตาหมีอยู่ที่กลางถนน ด้านข้างของมันมีหัวของผู้หญิงที่ถูกตัดขาดวางอยู่และเมื่อเห็นอย่างถนัดว่าเป็นใคร พวกเขาก็ต้องพากันกรีดร้องออกมาอย่างสยดสยอง!!!
เมื่อเงยหน้าขึ้น พวกเขาเห็นร่างของเด็กสามคนถูกแขวนห้อยลงมาจากสะพาน และมีร่างของ ดร.มูนีย์ ห้อยอยู่ด้วยเช่นกัน ดูเหมือนว่าในตอนที่เขาได้สติกลับมาแล้วรู้ว่าได้ทำอะไรลงไป เขาจึงได้จัดการปลิดชีวิตอันน่าเศร้าด้วยตัวเอง
ทุกวันนี้เชื่อกันว่าถ้าหากเข้าไปบริเวณใต้สะพานบนถนนวัลฮัลลาในตอนกลางคืน และมองลงไปยังข้างสะพานที่อยู่ด้านขวาของถนน อาจเห็นเงาสะท้อนของร่างไร้วิญญาณของเด็ก ๆ กำลังห้อยอยู่!?
เรื่องราวของคฤหาสน์ผีสิงมูนีย์

คฤหาสน์ของมูนีย์เองก็ได้กลายมาปเนสถานที่ผีสิงเช่นกัน ลือกันว่าวิญญาณของสามีผุ้บ้าคลั่งมักจะปรากฏตัวให้เห็นในห้องนอนชั้นบนที่เขาได้กระทำการฆาตกรรม ถ้าหากใครผ่านไปมาในตอนกลางคืนก็จะเห็นแสงสีฟ้าที่ดูเยือกเย็นจากหน้าต่างชั้นบนของเรื่องราวของคฤหาสน์ผีสิงมูนีย์
ลือกันว่าภาพของการสังหารหมู่อันโหดร้ายของคฤหาสน์ผีสิงมูนีย์เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้าหากใครกล้าเข้าในนั้นตอนเที่ยงคืน ขึ้นไปบนชั้นสองพร้อมกับเคาะประตูห้องนอนก็จะเห็นเงาร่างของวิญญาณหัวขาดกลิ้งตกลงมาจากบันไดออกไปทางถนน
ถ้าหากใครไปนั่งอยู่ที่รูปปั้นภรรยาหลังคฤหาสน์ผีสิงมูนีย์ตอนเที่ยงคืนของวันฮัลโลวีนจะเห็นว่ารูปปั้นขนาดเท่าคนจริงมีเลือดไหลออกมาจากบริเวณที่เธอถูกจามด้วยขวาน ณ ตอนที่เกิดเหตุฆาตกรรม

ตำนานเกี่ยวกับคฤหาสน์ผีสิงมูนีย์ เล่าว่ามีชายคนหนึ่งไปเดินเล่นตอนกลางคืนบนถนนวัลฮัลลา เขาได้ยินเสียงบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในพุ่มไม่ข้างถนน มันส่งเสียงกรอบแกรบเดินตามหลังมาตาถนน จนถึงจุดหนึ่งเขาเลยตะโกนใส่อะไรบางอย่างนั้นให้กล้าออกมาเผชิญหน้ากับเขา
ตอนนั้นเอง ที่เขาได้เห็นศีรษะของผู้หญิงที่ถูกตัดขาดกลิ้งออกมาจากพุ่มไม้ ก่อนจะผ่านเขาไปตามถนน เขาตกใจมากจนต้องวิ่งหนีกลับบ้านทันทีและนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาออกไปเดินเล่นในตอนกลางคืนคนเดียวอีกเลย
คฤหาสน์ผีสิงมูนีย์ เป็นหนึ่งในบ้านผีสิงที่โด่งดังมากที่สุดในย่านนี้ อย่างไรก็ตาม กลับไม่มีชาวเมืองคนไหนสามารถระบุสถานที่ตั้งของบ้านผีสิงได้อย่างชัดเจน แต่ไม่ว่ามันจะตั้งอยู่ที่ไหนแต่เรื่องราวของมันก็ยังคงกลายเป็นตำนานที่น่ากลัวอยู่ดี...
