4 สถานที่ผีสิงที่เปิดให้เยี่ยมชมในประเทศสิงคโปร์

สิงคโปร์... ในสายตาของหลายคนอาจเป็นเพียงประเทศเล็กๆ แต่เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทั้งด้านเทคโนโลยีและการเงินเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันในมุมมืดของเมืองที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องมีสถานที่เล่าลือว่ามีผีสิงที่น่าสนใจมากมายที่คุณสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ด้วยตัวเอง ส่วนจะมีสถานที่ผีสิงที่ไหนบ้างและมีตำนานที่น่าสะพรึงกลัวเพียงใด ติดตามอ่านจากบทความชิ้นนี้กันได้เลย!
1.สถานที่ผีสิงในสิงคโปร์: AMBER BEACON TOWER
เป็นหนึ่งในสถานที่ผีสิงที่ชวนขนหัวลุกมากที่สุดของประเทศสิงคโปร์ เหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวมากที่สุดของคือการสังหารคู่รักหนุ่มสาวที่นั่งพักผ่อนอยู่บนบันไดของหอสื่อสารหลังจากที่เดินเล่นมาตามชายหาด โดยไม่รู้ตัวว่ามีผู้ชายสวมหน้ากากสองคนเข้ามาจู่โจมด้านหลัง ชายหนุ่มต่อสู้กับผู้ไม่หวังดีได้พอฟัดพอเหวี่ยงแต่โชคไม่ดีนักที่แฟนสาวกลับถูกแทงเข้าที่คอและเสียชีวิตที่ฐานของหอสื่อสาร ในขณะที่ฆาตกรได้หลบหนีไปในความมืด
หลังจากคืนแห่งการนองเลือด ตำนานความสยองขวัญของหอสื่อสารแห่งนี้ก็เริ่มขึ้น มีหลายคนที่เห็นวิญญาณของเธอสวมชุดคลุมสีขาวปรากฏตัวให้เห็นในหลายชั้นของหอสื่อสาร นอกจากนี้ยังมีคนที่ได้ยินเสียงร้องไห้ เสียงกรีกร้องด้วยความหวาดกลัว เสียงแห่งความเจ็บปวดและเสียงดังประหลาดในหอสื่อสารกลางดึกทั้งที่ไม่มีใครอยู่ ณ บริเวณนั้นแม้แต่คนเดียว ทำให้เชื่อกันว่าวิญญาณของเธอกลายเป็นผีติดที่ที่ไม่สามารถไปสู่สุคติได้
2. สถานที่ผีสิงในสิงคโปร์: BUKIT BROWN CEMETERY
สุสานผีสิงที่มีชื่อเสียงในเรื่องของความตาย สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่พักผ่อนชั่วนิรันดร์ของดวงวิญญาณกว่า 100,000 ดวง ในพื้นที่กว่า 1,450 ไร่ ที่ถูกปกคลุมด้วยพันธุ์ไม้นานาพรรณที่ขึ้นปกคลุมไปทั่ว สุสานแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ฝังศพของบุคคลสำคัญในอดีตมากมายของสิงคโปร์อีกด้วย
สิ่งที่ทำให้สุสานแห่งนี้เป็นที่หวาดกลัวของผู้คน เป็นเพราะเชื่อกันว่ามันสถานที่อาศัยของ Pontianaks ผีดิบดูดเลือดเพศหญิงที่น่ากลัวในวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก เชื่อกันว่าถือกำเนิดมากจากผู้หญิงที่ตายท้องกลมหรือเสียชีวิตในระหว่างการคลอดบุตร อีกทั้งผีประเภทนี้จะมีความดุร้ายมากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ในปี 2011 หลังจากที่มีการอนุมัติให้สร้างทางหลวงขนาด 8 เลน ผ่านสุสานแห่งนี้ทำให้เกิดการเวนคืนที่ดินบางส่วนของสุสานกว่า 4,000 หลุม ยิ่งทำให้หลายคนเชื่อว่าเหล่าคนตายกำลังได้รับการรบกวนการพักผ่อนอย่างสงบ ตอนนี้พวกเขาตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลและพร้อมแล้วที่จะหลอกหลอนคนเป็น!
3.สถานที่ผีสิงในสิงคโปร์: CHANGI BEACH
ชายหาดผีสิงที่เคยมีเหตุการณ์สังหารหมู่เกิดขึ้นจากฝีมือของทหารญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากนั้นชายหาดแห่งนี้ก็ได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นมากมาย เช่น เสียงแปลกตามชายหาด ส่วนใหญ่จะเป็นเสียงของกระสุนปืนใหญ่แหวกอากาศ เสียงร้องไห้ เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ หลายคนยังเคยเห็นเลือดสีแดงฉานบนชายหาดสีขาว บางคนเห็นหัวของคนจีนที่ลอยอยู่ในน้ำหรือคนหัวขาดที่กำลังเดินไปตามชายฝั่งอย่างไร้จุดหมาย บางคนอ้างว่ามองเห็นภาพของเหตุการณ์สังหารหมู่ขึ้นบนชายหาดราวกับอยู่ในเหตุการณ์จริง!
นอกจากนี้บ้านหลายหลังในบริเวณรอบชายหาดยังถูกเล่าลือว่าเป็นบ้านผีสิง มีหลายคนที่เข้าไปลองของกับบ้านเหล่านี้แล้วเล่าว่าถูกเงามืดจู่โจมจนทำให้เกิดรอยขีดข่วน และยังมีคนที่อ้างว่าได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งในห้องสีขาวของบ้านที่เชื่อกันว่าเป็นหญิงม่ายจากเหตุการณ์สังหารหมู่ในครั้งนั้น
4. สถานที่ผีสิงในสิงคโปร์: MANTION ISTANA WOODNEUK
บ้านผีสิงที่ดุที่สุดของสิงคโปร์ ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 โดยสุลต่านผู้มั่งคั่ง ที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2 อุบัติขึ้น หลังจากนั้นได้ถูกนำไปใช้เป็นสำนักงานใหญ่และโรงพยาบาลทหารทำให้มีผู้เสียชีวิตในสถานที่นี้เป็นอย่างมาก เชื่อว่าอาจมากถึง 700 คน เลยทีเดียว
ในปัจจุบันอาคารที่ถูกทิ้งร้างแห่งนี้ได้กลายมาเป็นสถานที่ฝึกฝนฝีมือของเหล่ากราฟฟิตี้ ทำให้ทุกแห่งของอาคารเต็มไปด้วยสัญลักษณ์มากมาย แถมบางส่วนยังดูราวกับเป็นการจงใจพ่นเพื่อบูชาซาตานอีกด้วย ทำให้หลายคนเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้กลายมาเป็นสถานที่ประกอบพิธีบูชาซาตาน และคอยดึงดูดผู้คนที่เต็มไปด้วยความมืดมิดในจิตใจให้เข้ามาเยือน ซึ่งสถานที่ลี้ลับมากที่สุดของอาคารแห่งนี้คือบันไดหลักขนาดใหญ่ ที่มีปรากฏการณ์ผีหลอกวิญญาณหลอนเกิดขึ้นหลายครั้ง จนไม่มีคนสติดีที่ไหนอยากเข้ามาเยือนในตอนกลางคืน
บทสรุปส่งท้าย : สถานที่ผีสิงในสิงคโปร์เหล่านี้สามารถไปเยี่ยมชมกันได้หรือเปล่า!?
ถ้าหากใครชื่นชอบความขนหัวลุกแบบสุดโต่ง.. สามารถเดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ผีสิงเหล่านี้ได้ เพราะบางแห่งเองก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดรับผู้มาเยือนเสมอ อย่างไรก็ตามในสถานที่เนื่องจากความรกร้าง ขอแนะนำว่าควรให้ความระมัดระวังสัตว์มีพิษและระวังมนุษย์ผู้ไม่หวังดีที่อาจใช้ข่าวลือความหลอนเป็นฉากบังหน้าเพื่อทำเรื่องที่ไม่ดีกับผู้ที่ถูกข่าวลือดึงดูดเข้ามาหา เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน…


