อุวาบามิ (Uwabami) งูยักษ์จอมตะกละที่กลืนกินชีวิต ชอบดื่มสาเกปริมาณมหาศาลแห่งประเทศญี่ปุ่น

อุวาบามิ (Uwabami) เป็นงูขนาดมหึมา ชอบทำรังอาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกลจากอารยธรรมของมนุษย์ จุดเด่นที่สุดของพวกมันคือความอยากอาหาร พวกมันสามารถกินเหยื่อที่ตัวใหญ่กว่าตัวเองได้อย่างง่ายดาย แถมยังกินในปริมาณมหาศาลด้วยความตะกละ นอกจากนี้อุวาบามิยังชื่นชอบการดื่มสาเกเป็นอย่างมาก
พวกมันมีพลังเหนือธรรมชาติหลายอย่างเช่น การแปลงกายเป็นมนุษย์ รวมไปถึงวัตถุสิ่งของต่างๆ และยังสามารถควบคุมภัยธรรมชาติได้ในระดับหนึ่ง ทำให้บางครั้งเมื่อเกิดน้ำท่วม หินถล่ม มักเชื่อกันว่าเป็นฝีมือของอุวาบามิ
พฤติกรรมของอุวาบามิ

อุวาบามิชอบการซ่อนตัวรอคอยให้เหยื่อเดินทางผ่านภูเขาอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว ด้วยขนาดตัวของมันที่ใหญ่มากทำให้การกลืนกินมนุษย์ทั้งตัวไม่ใช่เรื่องยากนัก แต่ในบางครั้งนักเดินทางที่ชาญฉลาดไหวตัวทันก็จะสามารถหลอกล่ออุวาบามิให้เกิดความสับสน จนกระทั่งหนีจากมันมาเล่าเรื่องราวชวนสยองขวัญให้คนอื่นฟัง
ต้นกำเนิดของอุวาบามิ

งู นับว่าเป็นสัตว์ตัวหนึ่งที่ปรากฎตัวในความเชื่อและงานวรรณกรรมของประเทศญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่อดีต ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมที่ชวนประหลาดใจของพวกมัน กับการที่ถูกยกให้เป็นสัญลักษณ์ของชีวิตและความตาย ความเยาว์วัยชั่วนิรันดร์ อันเนื่องมาจากความสามารถในการผลัดผิวใหม่ด้วยการลอกคราบที่ดูคล้ายกับการใช้เวทมนตร์
นอกจากนี้ยังเชื่อกันอีกว่า งูสามารถเข้าไปในรอยแยกที่เล็กที่สุดของพื้นโลก ทำให้มันเข้าไปในสถานที่ลึกลับ มืดมิดมากที่สุดที่มนุษย์ไม่มีวันเข้าถึงได้ แถมพวกมันยังเป็นสัตว์ที่ชาญฉลาด ลักษณะเหล่านี้จึงทำให้พวกมันได้รับการพิจารณาในฐานะเทพหรือภูตผีมาอย่างช้านาน จึงไม่น่าแปลกใจนักที่จะมีงูปรากฎตัวในตำนานชื่อดังมากมายทั่วประเทศญี่ปุ่น
ตำนานที่น่าสนใจของอุวาบามิ

เรื่องราวเกี่ยวกับอุวาบามิที่มีชื่อเสียงมากที่สุดเกิดขึ้น ณ ทะเลสาบโอนุมะ ในจังหวัดนากาโน่ เมื่อนานมาแล้วมีงูอาศัยอยู่ในทะเลสาบ ทุกปีมันจะแปลงกายเป็นชายหนุ่มรูปงามเดินทางไปทางทิศตะวันออกเพื่อชมดอกซากุระเบ่งบาน
ฤดูใบไม้ผลิในปีหนึ่ง เขาได้พบกับหญิงสาวแสนสวนที่อยู่คนเดียวใต้ต้นซากุระ เธอคือ คุโร ฮิเมะ” ลูกสาวของ “ทาคานาชิ มาซาโมริ” จ้าวผู้ครองจังหวัดชินาโนะ ในขณะนั้นเองสายตาของพวกเขาก็ประสานกันกลายมาเป็นแรงดึงดูดเข้าหาที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ทำให้ทั้งสองตกหลุมรักกันอย่างรวดเร็ว
ต่อมาไม่ได้นานนัก เข้าได้เดินทางไปเยี่ยมเยือนปราสาท พร้อมกับแนะนำกับจ้าวปราสาทว่าเขาเป็นงูยักษ์ที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบโอนุมะ ทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์แห่งที่ราบสูงชิงะ และบอกว่ากำลังอยู่ในห้วงกับคุโรฮิเมะจึงอยากขออนุญาตแต่งงาน อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่ามาซาโมริจะไม่ชอบใจนัก เขาถูกตะคอกกลับพร้อมกับบอกว่าจะไม่ยอมยกลูกสาวให้สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์
ชายหนุ่มไม่ยอมแพ้ เขากลับมาวันแล้ววันเล่าเพื่อขออนุญาตแต่งงาน ในที่สุดมาซาโมริก็เริ่มใจอ่อนให้ด้วยการยื่นข้อเสนอว่า ถ้าหากวิ่งตามเขากำลังขี่ม้ารอบปราสาทครบเจ็ดรอบจะอนุญาตให้แต่งงานได้ แต่ที่จริงแล้วมันเป็นแผนการฆ่าสัตว์ร้ายด้วยการซ่อนคมดาบแหลมคมเอาไว้ในหญ้าบนพื้นรอบปราสาท ส่วนตัวเขาเองก็จดจำสถานที่ซ่อนทั้งหมดบวกกับเป็นผู้เชี่ยวชาญการขี่ม้า ทำให้การหลบหลีกคมดาบเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องยากเย็นนัก
เมื่อถึงวันแห่งการแข่งขัน ชายหนุ่มก็มาที่ปราสาทตามที่สัญญาเอาไว้ เมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น ด้วยความคล่องแคล่วขี่ม้าอย่างรวดเร็วของว่าที่พ่อตา ทำให้เขาไม่สามารถใช้ร่างมนุษย์ติดตามได้ จึงต้องกลับคืนเป็นร่างงู ในตอนนั้นเองที่ร่างของเขาที่เลื้อยไปตามพื้นต้องคมดาบมากมายจนฉีกขาดเป็นแผลฉกรรจ์ แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้กระทั่งวิ่งวนครบเจ็ดรอบของปราสาทเขาที่ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักจึงสลบไป เมื่อตื่นขึ้นมาปรากฏว่าไม่มีใครอยู่ในบริเวณนั้น
เขาโกรธอย่างมาก เพราะพึ่งตระหนักว่าคำสัญญานั้นเป็นเรื่องโกหก เขากลับไปที่ราบสูงชิงะและเรียกรวมพลสมาชิกในครอบครัว คนรับใช้รวมไปถึงสมาชิกของเผ่าทั้งหมด ความแค้นของพวกเขาก่อให้เกิดพายุลูกใหญ่ สายฝนตกหนักอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนโหมกระหน่ำ ทะเลสาบโอนุมะรับน้ำจนเต็มกระทั่งไม่ไหวต้องล้นทะลักออกมา สายน้ำกลืนกินหมู่บ้านโดยรอบ ไร่นาถูกทำลายจนหมดสิ้น ไม่มีมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตใดที่รอดพ้นจากการทำลายล้างในครั้งนั้นไปได้ อย่างไรก็ตามปราสาทของมาซาโมริยังคงปักหลักตั้งมั่นเหมือนกับเป็นแหล่งป้องกันภัยแห่งสุดท้าย
คุโร ฮิเมะ มองออกไปข้างนอกหน้าต่างเห็นความพินาศที่เกิดขึ้น ตอนนั้นเองที่เธอตระหนักว่าตนเองเป็นเพียงคนเดียวที่จะหยุดยั้งหายนะครั้งนี้ได้ เธอแอบหนีออกมาจากปราสาทเพียงลำพังเพื่อไปยังทะเลสาบโอนุมะ หลังจากนั้นก็กระโดดลงไปในวังวนน้ำท่วมโดยที่ไม่มีใครพบเห็นเธออีกเลย
เมื่องูยักษ์หนุ่มเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เขาก็ดลบันดาลให้เมฆพายุฝนกระจัดกระจายออกไปทันที ทำให้น้ำท่วมขังลดลง ส่วนทะเลสาบโอนุมะก็กลับไปอยู่ในสภาพเดิมอีกครั้ง
ทุกวันนี้ งูยักษ์ยังคงถูกเคารพบูชาในฐานะของเทพผู้พิทักษ์แห่งที่ราบสูงชิงะมาจนถึงปัจจุบันนี้ มีศาลเจ้าเล็กๆชื่อว่า “ไดจา จินจา” ตั้งอยู่ใกล้กับทะเลสาบโอนุมะ เป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นงู ทุกเดือนสิงหาคม ชาวบ้านจะพากันมารวมกันตัวกัน ณ ศาลเจ้าแห่งนี้ เพื่อแสดงความเคารพต่องูยักษ์และระลึกเรื่องราวการเสียสละตัวเองของคุโร ฮิเมะ...
รถบัสสาย 375 (Bus 375) เส้นทางมรณะขึ้นแล้วไม่หวนกลับ ตำนานเมืองชนสยองของประเทศจีน

