ตำนานแม่มดแห่งหุบเขาแม่น้ำเฮ็กซ์ (Witch of Hex River Valley) ผู้คร่ำครวญตามหาคนรัก ทวีปแอฟริกาใต้

ณ หุบเขาแม่น้ำเฮ็กซ์ (Hex River Valley) บริเวณภูเขามาทรูสเบิร์ก (Matroosberg) ทวีปแอฟริกาใต้ เมื่อถึงช่วงพระจันทร์เต็มดวงมีตำนานกล่าวถึงวิญญาณของหญิงสาวคนหนึ่งเดินท่องไปมาพร้อมกับร้องไห้ที่เกิดขึ้นจากความรักที่สูญเสียไป ซึ่งมีสาเหตุมาจากตัวของเธอเอง ดวงวิญญาณดังกล่าวนี้เองที่กลายมาเป็นต้นกำเนิดของตำนานแม่มดแห่งหุบเขาแม่น้ำเฮ็กซ์มาจนถึงปัจจุบัน
เรื่องราวของแม่มดแห่งหุบเขาแม่น้ำเฮ็กซ์
ในช่วงกลางศตวรรษที่ 18 มีเกษตรชาวฝรั่งเศสชื่อว่า “ปิแอร์ ไมริง” (Pierre Meiring) ได้พาครอบครัวรวมถึงลูกสาว “เอลิซ่า” (Eliza) มายังเวสเทิร์นเคป แอฟริกาใต้ หลังจากนั้นเพียงไม่กี่ปีเขาก็สามารถสร้างฟาร์มที่ประสบความสำเร็จและมีการจ้างงานเหล่าคนงานมาทำงานเป็นจำนวนมาก
ในปี 1768 ดอลิซ่าได้เติบโตขึ้นพร้อมกับได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดคนหนึ่งของดินแดน บางคนถึงขนาดเรียกเธอว่า “แม่มดผู้มีเสน่ห์” เนื่องจากเธอสามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชายทุกคนที่ได้พบได้ ในขณะเดียวกันเธอก็ถูกผู้ชายมากมายรายล้อมเอาอกเอาใจโดยหวังว่าจะได้เป็นสามี
เพื่อเป็นการตัดรำคาญ เธอได้ประกาศว่าจะแต่งงานกับผู้ชายที่กล้าเดินทางไปยังยอดเขาที่สูงที่สุดที่อยู่ใกล้เคียงแล้วเก็บดอกไม้สีแดงหายากที่มีขึ้นอยู่เฉพาะบนยอดเขากลับมา สิ่งนี้ทำให้ผู้ชายจำนวนมากถอดใจ แต่ก็มีคนที่กล้าลองเช่นกัน ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ต้องยอมจำนนต่อความยากลำบากหลังจากที่เดินทางไปได้เพียงครึ่งทางเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม มีชายคนหนึ่งนามว่า “ฟิลลิป เดอ วอส” (Philip De Vos) ที่ดึงดูดความสนใจและทำให้เธอตกหลุมรักเขาได้อย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะมีใจที่ตรงกันแต่เธอก็ยังต้องการทำให้เธอทำตามคำท้า ชายหนุ่มจึงทำตามที่เธอต้องการออกเดินทางไป ผ่านความยากลำบากมากมายสุดท้ายก็มาถึงยอดเขาและเก็บดอกไม้สีแดงมาได้สำเร็จ
เรื่องราวควรจะจบลงที่เขานำดอกไม้กลับไปให้เธอแล้วแต่งงานครองคู่กันอย่างมีความสุข แต่ในความเป็นจริงการปีนขึ้นไปจนถึงยอดเขาทำให้เขาหมดแรงและนอนหลับบนหินใกล้ขอบยอดเขา จังหวะนั้นเองหินที่อยู่ใต้ร่างของเขาก็พังทลายลงทำให้เขาตกลงไปข้างล่าง
วันรุ่งขึ้น ศพของเขาได้ในสภาพแหลกเหลวและในมือกำดอกไม้สีแดงหายากเอาไว้ได้ถูกพบ เมื่อเธอได้ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นและได้เห็นศพแล้วก็ยังไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น เธอจมลงสู่การมีปัญหาสภาวะทางจิตและเชื่อว่าเขายังมีชีวิตอยู่จึงได้พยายามที่จะปีนตามขึ้นไปบนภูเขา
เพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเอง ครอบครัวจึงได้ทำการขังเธอเอาไว้ในห้องใต้หลังคา แต่แล้วคืนหนึ่งพวกเขาลืมล็อกประตูทำให้เธอหนีออกไปจนถึงยอดเขาก่อนมองลงไปข้างล่างบริเวณที่พบศพของเขาจึงได้ตระหนักว่าเขาได้เสียชีวิตไปแล้วจริง ๆ
เธอกรีดร้อง เสียงร้องดังกล่าวดังก้องไปทั่วภูเขาและเมือง ครอบครัวที่ตกใจและรู้ว่าเป็นเสียงร้องของบุตรสาวจึงได้รีบตามเสียงร้องไปจนถึงยอดเขา แต่กลับไม่พบร่างของเธอ เมื่อมองลงไปข้างล่างพวกเขาได้พบศพของเธออยู่ในจุดเดียวกับที่พบศพของฟิลลิป
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มีหลายคนอ้างว่าได้เห็นวิญญาณของแม่มดผู้มีเสน่ห์เดินไปจามภูเขา หรือยืนร้องไห้อยู่บนยอดเขา ทำให้หลายคนเริ่มเรียกพื้นที่ดังกล่าวว่าหุบเขาของแม่มดและกลายมาเป็นชื่อเรียกในปัจจุบัน...
มาโน พูลูด้า (Mano Peluda) มือขนดกปีศาจปริศนาที่คอยเล่นงานเด็ก ๆ หลังพราทิตย์ตกดินแห่งประเทศสเปน

