ตำนานผีญี่ปุ่น ยาโอบิคุนิ (Yaobikuni) ภิกษุณีอมตะ ผู้ใช้ชีวิตมาอย่างยาวนานกว่า 800 ปี

“ยาโอบิคุนิ” (Yaobikuni) เป็นชื่อของภิกษุณีในตำนานที่ใช้ชีวิตมาอย่างยาวนานนับ 800 ปี แต่ยังความอ่อนเยาว์ของหญิงสาวตลอดมา ตามตำนานเล่าว่าแหล่งกำเนิดความอ่อนเยาว์อันเป็นนิรันดร์ของยาโอบิคุนิมาจากการได้กินเนื้อของ “นินเงียว” (Ningyo) หรือ “นางเงือก” เข้าไปโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ
เรื่องราวเกี่ยวยาโอบิคุนิมีการเล่าขานในเกือบทุกภูมิภาคของประเทศญี่ปุ่น ถึงแม้จะมีความแตกต่างกันออกไปบ้างแต่แก่นของเรื่องส่วนใหญ่คล้ายกัน คือ หญิงสาวได้กินบางสิ่งที่มาจากใต้ท้องทะเลโดยไม่รู้ตัว เช่น เนื้อนางเงือกหรือหอยเป๋าฮื้อวิเศษ จนกลายเป็นอมตะ จึงได้ออกบวชเป็นภิกษุณีแล้วเดินทางไปทั่วประเทศญี่ปุ่นและมีบันทึกอย่างเป็นทางการว่ายาโอบิคุนิเคยมาเยือนเมืองเกียวโตในปี 1449
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่านิทานส่วนใหญ่เกี่ยวกับยาโอบิคุนิมักจะอยู่บริเวณทางตอนใต้ของจังหวัดฟุกุอิที่เรียกกันว่าวาคาสะ เมืองโอบามา บริเวณนั้นมีถ้ำเล็ก ๆ แห่งหนึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของวัดพุทธนิกายเซน ที่เชื่อกันว่าน่าจะเป็นแหล่งพำนักสุดท้ายของยาโอบิคุนิ
ตำนานที่น่าสนใจของยาโอบิคุนิ

เมื่อนานมาแล้ว ชาวประมงคนหนึ่งได้พบกับสิ่งมีชีวิตประหลาดจากใต้ท้องทะเลมาติดแห เมื่อดึงขึ้นมาบนเรือได้สำเร็จเขากลับปลาตัวใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา ที่สำคัญคือมันมีใบหน้าเหมือนกับของมนุษย์ เขาเลยบอกทุกคนเกี่ยวกับปลาแปลกประหลาดที่จับได้ พร้อมกับเชิญไปลองชิมอาหารค่ำที่ทำขึ้นจากปลาดังกล่าว
ในระหว่างมื้ออาหาร แขกคนหนึ่งในแอบมองเข้าไปในครัวและเห็นปลาประหลาดดังกล่าว เขารู้ขึ้นมาทันทีว่ามันไม่ใช่ปลา หากแต่เป็นนางเงือก! ถึงแม้จะมีตำนานมากมายเล่าขานว่าคนที่ได้กินเนื้อของนางเงือกจะได้รับความเป็นอมตะและเยาว์วัยชั่วนิรันดร์ แต่เขาก็รู้สึกว่ามันแปลก ๆ ที่จะกินเนื้อของภูตผีจึงได้เตือนกันให้แกล้งทำเป็นกินเนื้อ แต่ที่จริงแอบใส่เอาไว้ในแขนเสื้อโดยหวังว่าจะแอบนำไปทิ้งภายหลังในระหว่างการกลับบ้าน
แขกคนหนึ่งเมามายเลยกลับไปบ้านโดยที่ลืมทิ้งเนื้อ พร้อมกับมอบมันให้กับลูกสาววัยแรกรุ่นอย่างขาดสติ เมื่อรุ่งเช้าเขาได้สติและพบว่าลูกสาวได้กินเนื้อดังกล่าวไปแล้ว แต่เธอก็ดูปกติดีทำให้เรื่องทั้งหมดถูกลืมเลือนไปในเวลาเพียงไม่กี่วัน

เวลาผ่านไปนานหลายปี หญิงสาวกลับแลดูไม่แก่ลงเลยแม้แต่น้อย เธอแต่งงานจนเวลาผ่านไปพ่อแม่ที่แก่ชราก็เสียชีวิต ต่อมาก็เป็นสามี แต่เธอกลับไม่แก่ลงยังคงสวยงามและเยาว์วัยเหมือนเดิม จนกระทั่งทุกคนที่เธอรักห่วงใยแก่ชราเสียชีวิตจากไป ทำให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความเศร้า ความเหงาเพียงลำพัง ในที่สุดเธอก็ไปทำการบวชเป็นภิกษุณี ละทิ้งบ้านเกิดดินทางท่องเที่ยวไปทั่วชนบท ปลูกต้นไม้และให้การช่วยเหลือผู้คนในทุกสถานที่ที่เธอเดินทางไป
หลังจากเวลาผ่านไปนานหลายร้อยปี ยาโอบิคุนิก็เต็มไปด้วยเบื่อหน่ายโลก จึงได้ทำการเกษียณตัวเองที่จังหวัดวาสะแล้วพักอาศัยอยู่ในถ้ำ พร้อมกับทำการอธิษฐานทั้งวันทั้งคืนเพื่อขอให้สามารถถอนคำสาปแห่งความเป็นอมตะออกจากตัวเอง
เธอไม่เคยออกมาจากถ้ำอีกดเลย นั่งสมาธินานจนกระทั่งกลายเป็นหิน กลายมาเป็นข่าวลือว่าในถ้ำดังกล่าวมีก้อนหินที่ดูราวกับหญิงสาวที่สวยงามตั้งตระหง่านอยู่...
