กองทัพดินเผาต้องสาป (Terracotta Army) ผู้ปกป้องเมืองแห่งความตาย ของจักรรดิผู้ยิ่งใหญ่ จิ๋นซีฮ่องเต้ ของประเทศจีน

ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีอายุยาวนานกว่า 2,000 ปี ในเมืองซีอาน มณฑลส่านซี ของประเทศจีน ในปี 1974 หลังจากที่ชาวนาค้นพบรูปปั้นดินเผาแกะสลักเป็นรูปปั้นนักรบและรถม้าโดยบังเอิญในขณะที่กำลังขุดบ่อน้ำ อันเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพจักรพรรดิ “จิ๋นซี” ปฐมกษัตริย์แห่งประเทศจีนราวก่อนคริสตกาล 210 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้ององค์จักรพรรดิหลังจากเสียชีวิต พร้อมกับอาวุธครบมือที่จะหยุดยั้งไม่ให้สิ่งใดมารบกวนสถานที่พำนักสุดท้ายของจิ๋นซีฮ่องเต้ หลังจากที่พระองค์หมกมุ่นอยู่กับการแสวงหายาอายุวัฒนะ เพื่อบรรลุความต้องการเป็นอมตะ จนเกิดการปกครองที่ไร้ความปราณี พร้อมกำจัดคนที่ไม่สามารถทำได้สำเร็จ ก่อนที่พระองค์จะเสียชีวิตหลังจากที่ดื่มสารปรอทเข้าไป โดยเชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ

จักรพรรดิจิ๋นซี
หลังจากการค้นพบรูปปั้นดินเผา สถานที่แห่งนี้ได้กลายมาเป็นพื้นที่เป้าหมายในการขุดค้นหาวัตถุโบราณของนักแสวงหาสมบัติทั่วโลก เมื่อเวลาผ่านไป บริเวณดังกล่าวก็ได้ถูกรัฐบาล นักธุรกิจและผู้คนที่ต้องการผลกำไร เพราะในความเป็นจริงแล้วชาวนาเหล่านี้ได้ผลกำไรอย่างมากในการจัดหาวัตถุโบราณเหล่านี้มามอบให้กับผู้ที่ต้องการ
ในปี 2007 มีการประมาณการขุดค้นพบว่ากองทัพดินเผาทั้งสามหลุม พบทหารกว่า 8,000 นาย ทหาร 130 รถศึกกับม้า 520 ตัว และม้าอีก 150 ตัว โดยทหารม้าส่วนใหญ่ยังคงถูกฝังอยู่ใกล้กับหลุมศพของสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ กองทัพดินเผาเหล่านี้เดิมทีสวมใส่อาวุธและชุดเกาะของจริงและถูกทาสี แต่ได้ถูกทำลายไปตามกาลเวลาหรือถูกปล้นไปจากโจรขโมยสุสานหลังจากการที่ถูกค้นพบ นักวิชาการเชื่อว่าต้องใช้คนงานกว่า 700,000 คน และระยะเวลานานกว่าสามทศวรรษในการก่อสร้างและดูเหมือนว่าจะทำได้อย่างไม่เสร็จสมบูรณ์ จากการขุดพบหลุมสุสานที่สี่อันว่างเปล่าที่เป็นหลักฐานชั้นดีว่าสุสานยังคงก่อสร้างไม่เสร็จ นอกจากนี้ยังเริ่มมีการค้นพบนักดนตรี นักกายกรรม นางบำเรอและนกดินเผาด้วย สิ่งที่น่าทึ่งคือ รูปปั้นดินเผาเหล่านี้จะมีใบหน้าที่เหมือนกันเพียงสองตัวเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าช่างแกะสลักต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการสร้างรูปปั้นที่แตกต่างกัน พร้อมกับต้องลงชื่อกำกับเอาไว้ด้วยว่าเป็นฝีมือของใคร!? ถ้าหากผู้ตรวจสอบงาน ณ ช่วงเวลานั้น พบว่าผลงานแกะสลักไม่ได้คุณภาพพอจะถูกลงโทษและกรณีเลวร้ายที่สุดคือความตาย!?
คำสาปของกองทัพดินเผา ที่ตามติดเหล่าผู้กล้าหาญรบกวน
หลายคนเชื่อว่าสาเหตุที่ทำให้กองทัพดินเผายังคงรอดพ้นสายตาของผู้คนมาอย่างยาวนานหลายพันปี เป็นเพราะอำนาจลึกลับที่ทำให้สิ่งมีชีวิตไม่สามารถมองเห็นได้ และอาจมาจากเหล่าคนงานที่ถูกฝังทั้งเป็นเพื่อปิดปากให้สุสานแห่งนี้ยังคงกลายเป็นความลับ นอกจากนี้ยังมีการค้นพบโครงกระดูกของผู้หญิงหลายร้อยชิ้นที่เชื่อว่าเป็นเหล่านักนางสนมอยู่ท่ามกลางการยืนอารักขาของเหล่านักรบ ที่น่าจะเป็นเหล่านางสนมขององค์จักรพรรดิที่ต้องตามไปให้การรับใช้องค์จักรพรรดิในโลกหลังความตาย
ชาวบ้านในพื้นที่เชื่อกันว่าการรบกวนกองทัพดินเผาที่เคยพักผ่อนอย่างสงบจะทำให้เกิดเหตุร้ายเกิดขึ้น จากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่เชื่อว่ารูปปั้นนักรบ คือ “รูปปั้นของเทพเจ้า” การรบกวนเทพเจ้าคือสิ่งที่มีเฉพาะคนสิ้นคิดเท่านั้นที่จะทำ คนที่นำรูปปั้นดินเผาจะนำพาความโชคร้ายตามติดผู้ขุดค้นกลับไปด้วย และในบางครั้งอาจส่งผลกระทบอย่างคาดไม่ถึงกับทั้งหมู่บ้าน
โจรปล้นสุสานมากมายที่พยายามเข้าไปล่าหาสมบัติได้พบกับความตายอย่างน่าสยดสยอง แต่ที่จริงแล้วอาจจะเป็นเพราะพิษของ “สารปรอท” มีการพบว่าในบริเวณหลุมศพมีการฝังปรอทเอาไว้เพื่อจำลองการไหลของแม่แม่น้ำฮวงซุ้ยอันยิ่งใหญ่ ทำให้พื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยพิษและกลายมาเป็นอุปสรรคสำคัญในการขุดค้นจนทำให้เกิดความล่าช้าในการค้นหากองทัพที่เหลือเป็นอย่างมาก
บทสรุปส่งท้าย : กองทัพดินเผากับการขุดค้นที่ยังคงไม่สิ้นสุด

ในปัจจุบันในหนึ่งปีมีนักท่องเที่ยวมากกว่า 1 ล้านคน เดินทางมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ดินเผา และเชื่อว่ายังมีกองทหารดินเผาอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ถูกค้นพบ หากมีเทคโนโลยีและวิธีการจัดการสารปรอทที่ปนเปื้อนในพื้นที่ ในอนาคตอาจจะได้มีการค้นพบกองทัพดินเผาอีกจำนวนมากที่แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของกองทัพในยุคก่อนคริสตกาลอันแสนยิ่งใหญ่ของประเทศจีนทั้งหมดอีกครั้ง...
[[รีวิวหนังสยองขวัญ แต่ไม่สปอย]] Mr.Brooks สุภาพบุรุษอำมหิต หนังฆาตกรเชิงจิตวิทยาที่อาจทำให้ตั้งคำถามหลังดูจบว่า “ฆาตกรต่อเนื่องจะสามารถเป็นคนดีได้หรือเปล่า!?”

![[[รีวิวหนังสยองขวัญ แต่ไม่สปอย]] Mr.Brooks สุภาพบุรุษอำมหิต](https://amorerana.com/storage/article/1616222248.png)